ทำไม “จอร์เจีย เมโลนี” หญิงแกร่งอิตาลี จึงรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล ปกครองอิตาลียาวนานที่สุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไม “จอร์เจีย เมโลนี” หญิงแกร่งอิตาลี จึงรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล ปกครองอิตาลียาวนานที่สุด

ในประเทศที่เกิดวิกฤตทางการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลแตกแยกบ่อยครั้ง อย่างอิตาลี การเห็นรัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพครบ 4 ปี กลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในวันนี้ (4 กันยายน) รัฐบาลอิตาลีที่นำโดย “จอร์เจีย เมโลนี” สามารถทำได้ 


รัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เป็นการรวมตัวของ 3 พรรค ปกครองอิตาลีได้ยาวนานที่สุดคือ 1,413 วัน หรือเกือบ 4 ปี ทำลายสถิติเดิมในสมัยรัฐบาลสมัยที่ 2 ของซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี เมื่อต้นปี 2000 ได้ 1 วัน

ตอนนี้พรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy party) ซึ่งเธอนั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้าพรรค ก็กำลังเฉลิมฉลองกับความสำเร็จนี้อยู่ และสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ก็มองว่า การที่รัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพได้ยาวนานขนาดนี้เป็นอะไรที่ล้ำค่ามาก


เมโลนีได้เผยแพร่โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ความมีเสถียรภาพไม่ใช่สิ่งที่ควรโอ้อวด แต่เป็นสภาวะที่ทำให้ประเทศสามารถวางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติตามพันธสัญญา และได้รับความเคารพ ผลลัพธ์ปรากฏให้เห็นแล้ว แต่เรารู้ดีว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ”


เสถียรภาพทางการเมืองของอิตาลีในยุคของนายกรัฐมนตรีเมโลนีถือเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร ที่เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน นับตั้งแต่เมโลนีเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ในช่วงท้ายของรัฐบาลลิซ ทรัสส์ ที่ดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 45 วัน


แต่ฝ่ายค้านกล่าวว่า การโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับผลงานการบริหารที่ยาวนานของรัฐบาลนั้น เป็นเพียงการปกปิดความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง ซึ่งรวมถึงต้นทุนพลังงานสูงและผลิตภาพต่ำ อัตราการเติบโตของ GDP อยู่ต่ำกว่า 1% และชะลอตัวลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ทำให้อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุดในยุโรป แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนเงินเกือบ 200,000 ล้านยูโร (7.6 ล้านล้านบาท) จากกองทุนฟื้นฟูหลังโควิดของสหภาพยุโรปก็ตาม


คาดการณ์การเติบโตในปีนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.5 ถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 134 เป็น 138 เปอร์เซ็นต์ของ GDP

สรุปข่าว

รัฐบาลของจอร์เจีย เมโลนีสร้างสถิติครองอำนาจยาวนานที่สุดของอิตาลี 1,413 วัน ท่ามกลางการเมืองที่มักเผชิญความขัดแย้งและรัฐบาลล่มบ่อยครั้ง เมโลนีชู “เสถียรภาพทางการเมือง” เป็นผลงานสำคัญ ขณะที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่ารัฐบาลละเลยปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและการเติบโตที่ต่ำ เมโลนีขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลีในปี 2022 หลังนำพรรค Brothers of Italy ชนะการเลือกตั้ง และปรับภาพลักษณ์พรรคให้ห่างจากรากเหง้าฟาสซิสต์

ในประเทศที่เกิดวิกฤตทางการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลแตกแยกบ่อยครั้ง อย่างอิตาลี การเห็นรัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพครบ 4 ปี กลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในวันนี้ (4 กันยายน) รัฐบาลอิตาลีที่นำโดย “จอร์เจีย เมโลนี” สามารถทำได้ 


รัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เป็นการรวมตัวของ 3 พรรค ปกครองอิตาลีได้ยาวนานที่สุดคือ 1,413 วัน หรือเกือบ 4 ปี ทำลายสถิติเดิมในสมัยรัฐบาลสมัยที่ 2 ของซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี เมื่อต้นปี 2000 ได้ 1 วัน

ตอนนี้พรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy party) ซึ่งเธอนั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้าพรรค ก็กำลังเฉลิมฉลองกับความสำเร็จนี้อยู่ และสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ก็มองว่า การที่รัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพได้ยาวนานขนาดนี้เป็นอะไรที่ล้ำค่ามาก


เมโลนีได้เผยแพร่โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ความมีเสถียรภาพไม่ใช่สิ่งที่ควรโอ้อวด แต่เป็นสภาวะที่ทำให้ประเทศสามารถวางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติตามพันธสัญญา และได้รับความเคารพ ผลลัพธ์ปรากฏให้เห็นแล้ว แต่เรารู้ดีว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ”


เสถียรภาพทางการเมืองของอิตาลีในยุคของนายกรัฐมนตรีเมโลนีถือเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร ที่เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน นับตั้งแต่เมโลนีเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ในช่วงท้ายของรัฐบาลลิซ ทรัสส์ ที่ดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 45 วัน


แต่ฝ่ายค้านกล่าวว่า การโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับผลงานการบริหารที่ยาวนานของรัฐบาลนั้น เป็นเพียงการปกปิดความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง ซึ่งรวมถึงต้นทุนพลังงานสูงและผลิตภาพต่ำ อัตราการเติบโตของ GDP อยู่ต่ำกว่า 1% และชะลอตัวลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ทำให้อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุดในยุโรป แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนเงินเกือบ 200,000 ล้านยูโร (7.6 ล้านล้านบาท) จากกองทุนฟื้นฟูหลังโควิดของสหภาพยุโรปก็ตาม


คาดการณ์การเติบโตในปีนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.5 ถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 134 เป็น 138 เปอร์เซ็นต์ของ GDP

ทำไมเมโลนีถึงรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลได้ ?


เมโลนีและพรรคร่วมไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเลย มีเพียงการถกเถียงที่ยืดเยื้อเรื่องการกลับมาผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในราคาที่จับต้องได้


ทว่า รัฐบาลผสมชุดนี้ทุ่มเทความพยายามส่วนใหญ่ในด้านนิติบัญญัติไปกับร่างกฎหมายด้านความมั่นคง  เน้นการกำหนดความผิดทางอาญาใหม่และการเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น 


นอกจากนี้เมโลนียังทุ่มเทต้นทุนทางการเมืองไปกับความพยายามปฏิรูประบบยุติธรรม ซึ่งก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวถูกประชาชนปฏิเสธในการลงประชามติระดับชาติ


เลีย ควาร์ตาเปลเล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านระบุว่า “เธอสามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้เพราะเธอไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย เธอไม่ได้ไปแตะต้องผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลเดิม และไม่ได้ไปรบกวนสมดุลปกติที่มีอยู่ และ 4 ปีนี้ที่น่าจะไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ก็ถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์”


โจวันนี ออร์ซินา หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุยส์ ในกรุงโรม กล่าวว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมโลนีคือการนำพาอิตาลีผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยการสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกับสหภาพยุโรป (EU) ยึดมั่นในวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด และให้การสนับสนุนยูเครน ซึ่งออร์ซินามองว่า เป็นการทำให้อิตาลีอยู่รอดต่อไปได้

รู้จัก “จอร์เจีย เมโลนี” หญิงแกร่งแห่งอิตาลี


เมโลนี ในวัย 49 ปี เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในฐานะนักกิจกรรมวัยรุ่นกับขบวนการสังคมอิตาลี ที่มีแนวคิดแบบนีโอฟาสซิสต์ ก่อตั้งโดยผู้ที่ภักดีต่อเบนิโต มุสโซลินี ผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์ ตั้งแต่เธออายุเพียง 15 ปี และเธอก็กล่าวชื่นชมมุสโซลินีอย่างเปิดเผยในช่วงวัยรุ่น


ปัจจุบันเธอเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี ในปี 1998 เมโลนีได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงโรม และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2002


ต่อมาเมโลนีได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรของอิตาลี ในปี 2006


พรรค National Alliance และพรรค Forza Italia ของแบร์ลุสโคนีได้ผนึกกำลังกันอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อกลุ่ม People of Freedom ในปี 2007 และกลุ่มนี้ได้รับคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2008 โดยเมโลนีได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเยาวชน ในคณะรัฐมนตรีของแบร์ลุสโคนี ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 31 ปี ทำให้เธอกลายเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอิตาลียุคหลังสงคราม


ในปี 2012 Meloni และเพื่อนจากพรรค National Alliance ได้ก่อตั้งพรรค Brothers of Italy และเธอได้เป็นหัวหน้าพรรคในปี 2014


สถานะทางการเมืองของเมโลนีสูงขึ้นจนได้รับการยอมรับจากพรรคประชานิยมอื่น ๆ ในยุโรป ในปี 2020 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของกลุ่มอนุรักษ์นิยมและปฏิรูปยุโรป (ECR) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อต้านสหภาพยุโรปภายในรัฐสภายุโรป


ในเดือนมกราคม ปี 2021 รัฐบาลของจูเซปเป คอนเตล่มลง และประธานาธิบดีเซอร์จิโอ มัตตาเรลลา ของอิตาลี ได้เลือกมาริโอ ดรากี อดีตประธานธนาคารกลางยุโรป ให้มาเป็นผู้นำรัฐบาลสมานฉันท์ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากพรรคการเมืองหลากหลายขั้วในอิตาลี พรรค Brothers of Italy ตัดสินใจที่จะยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านต่อไปเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองหลักเพียงพรรคเดียวที่เลือกแนวทางนี้ 

เพราะเมโลนีมุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งที่ในปี 2023 พยายามปรับภาพลักษณ์พรรคให้แยกตัวออกจากรากเหง้าที่เกี่ยวข้องกับลัทธิฟาสซิสต์ เธอสั่งการให้สมาชิกพรรคหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงสุดโต่งหรือการกล่าวอ้างถึงลัทธิฟาสซิสต์


เมื่อชาวอิตาลีออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 25 กันยายน 2022 พบว่ามีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยลดลงเหลือไม่ถึง 64% ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า เมโลนีได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยพรรค Brothers of Italy กวาดคะแนนเสียงไปได้ 26% ในขณะที่พรรค Five Star, Forza Italia และ League ต่างมีคะแนนนิยมลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2018 แม้ว่ากลุ่มพันธมิตรของเมโลนีจะได้รับคะแนนเสียงรวมกันเพียง 44% แต่ระบบการเลือกตั้งของอิตาลีซึ่งผสมผสานระหว่างระบบแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผู้ชนะได้ที่นั่งไป (first-past-the-post) กับระบบสัดส่วน (proportional representation) ก็ส่งผลให้รัฐบาลที่นำโดยพรรค Brothers of Italy ครองเสียงข้างมากอย่างมั่นคงในรัฐสภาอิตาลีทั้งสองสภา ในช่วงสัปดาห์ถัดจากการเลือกตั้ง เมโลนีได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีจนเสร็จสมบูรณ์ และในวันที่ 21 ตุลาคม 2022 ประธานาธิบดีมัตตาเรลลาได้เชิญเธออย่างเป็นทางการให้จัดตั้งรัฐบาล วันต่อมา เมโลนีได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี และเป็นผู้นำรัฐบาลขวาจัดชุดแรกของอิตาลีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ที่มาข้อมูล : Financial times, Britannica

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ

จอร์เจียเมโลนี
อิตาลี
ฟาสซิสต์
การเมืองรัฐบาล