ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาล อาจช่วยแก้ปัญหาทรัพยากรได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาล อาจช่วยแก้ปัญหาทรัพยากรได้

งานวิจัยล่าสุดพบว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรประหว่างปี 2006–2021 มากถึง 56% ไม่ได้ถูกเก็บรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ทำให้โลหะจำนวนมหาศาลสูญหายไปจากระบบ ทั้งที่สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมได้

 

ปัญหานี้ทำให้เกิดการการสูญเสียพลังงานและทรัพยากรที่ใช้ในการขุดโลหะเหล่านั้นขึ้นมาจากพื้นโลก เพราะการผลิตโลหะใหม่ต้องผ่านกระบวนการทำเหมือง ขนส่งแร่ ใช้สารเคมีในการสกัด และการถลุงด้วยอุณหภูมิสูง ซึ่งล้วนใช้พลังงานจำนวนมากและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น 

 

ในยุคที่ทั่วโลกต่างมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งกังหันลม รถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ รวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความต้องการโลหะและแร่จำนวนมากทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถหาได้ทั้งหมดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการนำเข้าสินแร่และโลหะจากหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือนอาจช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าโลหะบางชนิดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณแกลเลียมที่อยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรปอาจมากพอที่จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าได้ถึง 40% ขณะที่แทนทาลัมอาจคิดเป็นประมาณ 23% ของความต้องการทั้งหมด ส่วนแมกนีเซียมและทังสเตนอยู่ที่ประมาณ 12%


สรุปข่าว

โทรศัพท์มือถือเก่า คอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้า หลอดไฟ หรือเครื่องปรับอากาศที่หมดอายุการใช้งาน อาจดูเหมือนเป็นเพียงขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รอการกำจัด แต่ภายในอุปกรณ์เหล่านี้กลับเต็มไปด้วยโลหะสำคัญที่โลกต้องการ ทั้งทองคำ เงิน ทองแดง และแร่อื่นๆ อีกมากมายที่สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในวันที่โลกต้องการสร้างเทคโนโลยีสีเขียวมากขึ้น

งานวิจัยล่าสุดพบว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรประหว่างปี 2006–2021 มากถึง 56% ไม่ได้ถูกเก็บรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ทำให้โลหะจำนวนมหาศาลสูญหายไปจากระบบ ทั้งที่สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมได้

 

ปัญหานี้ทำให้เกิดการการสูญเสียพลังงานและทรัพยากรที่ใช้ในการขุดโลหะเหล่านั้นขึ้นมาจากพื้นโลก เพราะการผลิตโลหะใหม่ต้องผ่านกระบวนการทำเหมือง ขนส่งแร่ ใช้สารเคมีในการสกัด และการถลุงด้วยอุณหภูมิสูง ซึ่งล้วนใช้พลังงานจำนวนมากและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น 

 

ในยุคที่ทั่วโลกต่างมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งกังหันลม รถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ รวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความต้องการโลหะและแร่จำนวนมากทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถหาได้ทั้งหมดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการนำเข้าสินแร่และโลหะจากหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือนอาจช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าโลหะบางชนิดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณแกลเลียมที่อยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรปอาจมากพอที่จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าได้ถึง 40% ขณะที่แทนทาลัมอาจคิดเป็นประมาณ 23% ของความต้องการทั้งหมด ส่วนแมกนีเซียมและทังสเตนอยู่ที่ประมาณ 12%


สิ่งที่ถูกมองว่าเป็น “ขยะ” อาจกลายเป็นแหล่งทรัพยากรภายในภูมิภาค หากสามารถนำโลหะเหล่านี้กลับคืนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การนำกลับไปรีไซเคิลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บรวบรวม เพราะเมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไป ชิ้นส่วนต่าง ๆ จะปะปนกันจนยากต่อการคัดแยก และโลหะจำนวนมากอาจสูญหายไปกับกระบวนการกำจัดขยะ

 

แม้แต่แม้ขยะที่เข้าสู่ระบบแล้วก็ยังมีโลหะจำนวนหนึ่งสูญหายระหว่างการคัดแยกและรีไซเคิล เนื่องจากเทคโนโลยีที่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะโลหะที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอย่างโคบอลต์ แกลเลียม แทนทาลัม และทังสเตน ซึ่งบางส่วนยังสูญหายไปพร้อมกับการเผาขยะ นักวิจัยจึงเสนอให้การรีไซเคิลมุ่งเป้าไปยังอุปกรณ์ที่มีโลหะสำคัญในปริมาณสูง เช่น เครื่องเสียงและลำโพงที่เป็นแหล่งนีโอดิเมียม เราเตอร์เครือข่ายและฮาร์ดดิสก์ที่มีโลหะสำคัญหลายชนิด รวมถึงแล็ปท็อปซึ่งเป็นแหล่งของแกลเลียม


แนวคิดนี้สะท้อนภาพของ “เหมืองในเมือง” หรือ Urban Mine ซึ่งหมายถึงการนำทรัพยากรที่ถูกนำออกจากธรรมชาติและผ่านการผลิตมาแล้ว กลับคืนจากสินค้าเก่าหรือขยะ แทนที่จะต้องขุดทรัพยากรใหม่จากพื้นโลกทุกครั้ง ซึ่งหากทำได้สำเร็จ การรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์จะไม่ได้ช่วยเพียงลดปริมาณขยะ แต่ยังช่วยลดการทำเหมือง ลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแหล่งวัตถุดิบภายในยุโรปที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับภาคอุตสาหกรรม

 

แนวทางนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่พยายามเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรสำหรับผลิตสินค้าใหม่ พร้อมสร้างโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลและการจ้างงานในอุตสาหกรรมใหม่


แต่การเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นทรัพยากรจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง ผู้บริโภคและภาคธุรกิจต้องนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุไปทิ้งในจุดรับคืนหรือระบบจัดเก็บที่เหมาะสม ไม่ทิ้งรวมกับขยะในครัวเรือน ขณะที่ภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนาระบบเก็บรวบรวมและเทคโนโลยีรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : The Conversation

ที่มารูปภาพ : Envato