ขสมก.เดินหน้ารถเมล์ EV 1,520 คัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ขสมก.เดินหน้ารถเมล์ EV 1,520 คัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะสู่พลังงานสะอาด ร่วมกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด และกลุ่ม EA-NEX เร่งผลิตรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์เก่า ยกระดับคุณภาพการให้บริการและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนทยอยรับมอบและนำออกให้บริการประชาชนตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม 2027 เป็นต้นไป ล่าสุด ขสมก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตและประกอบรถโดยสาร EV ณ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อยืนยันความพร้อมในการผลิตและส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อให้บริการประชาชน


นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า นอกจากช่วยยกระดับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงขององค์กรได้อย่างมาก โดยคาดว่าจะประหยัดต้นทุนได้ถึง 4,100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเปิดทางให้ ขสมก. นำทรัพยากรไปพัฒนาระบบบริการและโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งสาธารณะต่อไป

สรุปข่าว

ขสมก. เร่งผลักดันรถเมล์ไฟฟ้าล็อตแรก 1,520 คัน เตรียมทยอยรับมอบและทดลองวิ่ง ก่อนเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่ มี.ค. 2027 คาดช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและซ่อมบำรุงกว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะสู่พลังงานสะอาด ร่วมกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด และกลุ่ม EA-NEX เร่งผลิตรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์เก่า ยกระดับคุณภาพการให้บริการและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนทยอยรับมอบและนำออกให้บริการประชาชนตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม 2027 เป็นต้นไป ล่าสุด ขสมก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตและประกอบรถโดยสาร EV ณ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อยืนยันความพร้อมในการผลิตและส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อให้บริการประชาชน


นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า นอกจากช่วยยกระดับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงขององค์กรได้อย่างมาก โดยคาดว่าจะประหยัดต้นทุนได้ถึง 4,100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเปิดทางให้ ขสมก. นำทรัพยากรไปพัฒนาระบบบริการและโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งสาธารณะต่อไป

สำหรับรถโดยสาร EV รุ่นที่จะนำมาให้บริการ ขสมก. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการออกแบบที่รองรับผู้โดยสารทุกกลุ่มตามแนวคิด Universal Design โดยติดตั้งแบตเตอรี่ไว้บริเวณหลังคารถ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ตัวรถมีประตูทางหนีไฟ 3 จุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน


ขณะเดียวกัน ขสมก. อยู่ระหว่างเร่งพัฒนาอู่จอดรถและสถานีอัดประจุไฟฟ้า 12 แห่ง เพื่อรองรับการให้บริการรถเมล์ EV โดยรถสามารถชาร์จไฟได้ภายในประมาณ 3 ชั่วโมงต่อคัน และในระยะใกล้จะนำรถโดยสารต้นแบบจำนวน 2 คันออกทดลองวิ่งจริงโดยพนักงานขับรถของ ขสมก. เพื่อทดสอบระบบและความปลอดภัยก่อนนำมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ


นอกจากนี้ ขสมก. เตรียมพิจารณาจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในระยะที่ 2 เพิ่มอีก 800 คัน เพื่อบรรจุในงบประมาณปี 2570 สอดรับเป้าหมายการปรับเปลี่ยนรถโดยสารขององค์กรสู่พลังงานสะอาด พร้อมยกระดับระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : ขสมก.

ที่มารูปภาพ : TNN