เครื่องบินไฟฟ้า X1 ลำใหญ่สุดในโลก บิน 27 นาที ค่าไฟแค่ 170 บาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
เครื่องบินไฟฟ้า X1 ลำใหญ่สุดในโลก บิน 27 นาที ค่าไฟแค่ 170 บาท

วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท ฮาร์ต แอโรสเปซ (Heart Aerospace) ผู้พัฒนาเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าจากสวีเดน ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินครั้งแรกของ X1 Demonstrator เครื่องบินต้นแบบพลังงานไฟฟ้าล้วนที่บริษัทระบุว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยการทดสอบเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติแพลตส์เบิร์ก (Plattsburgh International Airport) ในนิวยอร์ก สหรัฐฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีการบินที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล 

สรุปข่าว

Heart Aerospace ประสบความสำเร็จในการทดสอบบิน X1 เครื่องบินไฟฟ้าล้วนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้พลังงานไฟฟ้าไปเพียง 170 บาทตลอดเที่ยวบิน 27 นาที ความสำเร็จนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญเพื่อต่อยอดสู่รุ่น ES-30 เครื่องบินโดยสารไฮบริด-ไฟฟ้า 30 ที่นั่ง ซึ่งตั้งเป้าให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2031

วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท ฮาร์ต แอโรสเปซ (Heart Aerospace) ผู้พัฒนาเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าจากสวีเดน ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินครั้งแรกของ X1 Demonstrator เครื่องบินต้นแบบพลังงานไฟฟ้าล้วนที่บริษัทระบุว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยการทดสอบเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติแพลตส์เบิร์ก (Plattsburgh International Airport) ในนิวยอร์ก สหรัฐฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีการบินที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล 

X1 สามารถขึ้นบินด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ 100% และทำการบินได้นาน 27 นาที ก่อนลงจอดอย่างปลอดภัย โดยขึ้นไปถึงความสูงประมาณ 1,100 ฟุต หรือราว 335 เมตร จุดที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือปริมาณพลังงานที่ใช้ตลอดการทดสอบบิน ทั้งการขึ้นและลงจอด คิดเป็นค่าไฟฟ้าไม่ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 170 บาท สะท้อนศักยภาพของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในการลดต้นทุนพลังงาน เมื่อเทียบกับเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปและเชื้อเพลิงการบินแบบดั้งเดิม

ความสำเร็จของ X1 ยังได้รับความสนใจจากสายการบินรายใหญ่ โดยบริษัทระบุว่าผู้บริหารจากสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (United Airlines) และแอร์ แคนาดา (Air Canada) แสดงความสนใจต่อแนวทางการพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าของบริษัท เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพในการลดต้นทุนการดำเนินงานและเสียงรบกวน โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะสั้นที่ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม X1 ยังเป็นเพียงเครื่องบินสาธิตเทคโนโลยี ไม่ใช่รุ่นที่จะนำไปให้บริการผู้โดยสารในทันที เป้าหมายสำคัญของฮาร์ต แอโรสเปซ คือการพัฒนา ES-30 เครื่องบินโดยสารแบบไฮบริด-ไฟฟ้าขนาด 30 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบมาสำหรับเส้นทางบินระยะสั้นและการเชื่อมต่อระหว่างเมืองหรือภูมิภาค

ES-30 จะสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนบินได้ประมาณ 125 ไมล์ หรือราว 200 กิโลเมตร และเพิ่มระยะทางได้สูงสุดประมาณ 500 ไมล์ หรือราว 800 กิโลเมตร เมื่อใช้ระบบไฮบริดที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เชื้อเพลิง การออกแบบลักษณะนี้ช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ที่ยังมีน้ำหนักมากและมีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่าเชื้อเพลิงการบินในปัจจุบัน

อีกจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าคือมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป จึงมีแนวโน้มที่จะลดภาระด้านการบำรุงรักษา รวมถึงช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างการปฏิบัติการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสนามบินขนาดเล็กและเส้นทางบินระยะสั้น

ฮาร์ต แอโรสเปซ ตั้งเป้าให้ ES-30 เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายดังกล่าวยังมีความท้าทาย เนื่องจากเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา ทดสอบ และรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องแข่งขันกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบินไฟฟ้าและไฮบริดรายอื่น เช่น บูม ซูเปอร์โซนิก (Boom Supersonic), ฮาร์เบอร์ แอร์ (Harbour Air), ซีโรเอเวีย (ZeroAvia) และโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce)

ความสำเร็จของ X1 จึงยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเครื่องบินไฟฟ้า แต่เป็นการพิสูจน์ว่าเครื่องบินขนาดใหญ่สามารถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขึ้นบินได้จริง ขณะที่อนาคตของการบินไร้มลพิษยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น น้ำหนักเบาลง และสามารถผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ หากเทคโนโลยีเหล่านี้ก้าวหน้าเพียงพอ เครื่องบินไฟฟ้าและไฮบริดอาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการเดินทางทางอากาศระยะสั้นในอนาคต 

ที่มาข้อมูล : Heart Aerospace

ที่มารูปภาพ : Heart Aerospace

แท็กบทความ