“มงบล็อง” เตี้ยลง ความสูงลดกว่า 1 เมตร ในเวลาเพียงปีเดียว!

ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “หลังคาของโรป” และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปตะวันตก มีความสูงลดลงมากกว่า 1 เมตรภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชั้นหิมะและน้ำแข็งบนยอดเขาที่ผันผวนตามสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางสถานการณ์อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นและการละลายของธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ที่กำลังทวีความรุนแรง
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจภูมิประเทศของฝรั่งเศสเปิดเผยผลการตรวจวัดล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบว่า ยอดเขามงบล็อง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาแอลป์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 4,807.47 เมตร ลดลงจากปี 2568 ถึง 1.29 เมตร โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากความหนาของชั้นหิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมยอดเขา ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามอุณหภูมิ กระแสลม และปริมาณหิมะที่ตกในแต่ละปี
แม้ว่ายอดเขามงบล็องจะมีความสูงของพื้นผิวหินอยู่ที่ประมาณ 4,792 เมตร แต่ความสูงที่ตรวจวัดได้จริงจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เนื่องจากชั้นหิมะและน้ำแข็งที่สะสมอยู่ด้านบน โดยผลการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังพบว่ายอดเขามีความสูงมากกว่าปี 2566 อยู่ 1.88 เมตร ซึ่งปีดังกล่าวถือเป็นช่วงที่ยอดเขามีระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการตรวจวัดช่วงหลัง
สรุปข่าว
ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “หลังคาของโรป” และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปตะวันตก มีความสูงลดลงมากกว่า 1 เมตรภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชั้นหิมะและน้ำแข็งบนยอดเขาที่ผันผวนตามสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางสถานการณ์อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นและการละลายของธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ที่กำลังทวีความรุนแรง
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจภูมิประเทศของฝรั่งเศสเปิดเผยผลการตรวจวัดล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบว่า ยอดเขามงบล็อง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาแอลป์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 4,807.47 เมตร ลดลงจากปี 2568 ถึง 1.29 เมตร โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากความหนาของชั้นหิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมยอดเขา ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามอุณหภูมิ กระแสลม และปริมาณหิมะที่ตกในแต่ละปี
แม้ว่ายอดเขามงบล็องจะมีความสูงของพื้นผิวหินอยู่ที่ประมาณ 4,792 เมตร แต่ความสูงที่ตรวจวัดได้จริงจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เนื่องจากชั้นหิมะและน้ำแข็งที่สะสมอยู่ด้านบน โดยผลการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังพบว่ายอดเขามีความสูงมากกว่าปี 2566 อยู่ 1.88 เมตร ซึ่งปีดังกล่าวถือเป็นช่วงที่ยอดเขามีระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการตรวจวัดช่วงหลัง
การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพนักสำรวจภูมิประเทศแห่งชาติฝรั่งเศส (UNGE) และองค์กรวิชาชีพนักสำรวจภูมิประเทศของฝรั่งเศส ซึ่งติดตามการเปลี่ยนแปลงของยอดเขามงบล็องอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมความแม่นยำสูงในการตรวจวัดระดับความสูง ควบคู่กับการใช้โดรนสร้างแบบจำลองรายละเอียดของชั้นหิมะและน้ำแข็งบนยอดเขา
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีต พบว่ายอดเขามงบล็องเคยมีความสูงถึง 4,810.90 เมตรในปี 2550 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่บันทึกได้ในการสำรวจชุดนี้ ก่อนที่ความสูงจะลดลงมาแล้วรวม 3.43 เมตรในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรนำการเปลี่ยนแปลงความสูงของยอดเขาในแต่ละปีไปสรุปโดยตรงว่าเป็นผลจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากระดับความสูงของพื้นผิวหิมะและน้ำแข็งแตกต่างจากปริมาตรหรือมวลน้ำแข็งทั้งหมด การที่ยอดเขาสูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าปริมาณน้ำแข็งโดยรวมเพิ่มขึ้น และไม่ได้ขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์กำลังหดตัวอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเทือกเขาแอลป์ โดยยุโรปตะวันตกเพิ่งเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2569 ซึ่งความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นมีส่วนเร่งให้ธารน้ำแข็งละลายในอัตราที่น่ากังวล
ก่อนหน้านี้ นักธารน้ำแข็งวิทยาของสวิตเซอร์แลนด์ออกมาเตือนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราการละลาย หลังพบว่าประเทศสูญเสียปริมาณน้ำแข็งไปแล้วถึงหนึ่งในห้า หรือประมาณร้อยละ 20 ภายในเวลาเพียง 5 ปี และเฉพาะช่วงระหว่างปี 2568 ถึง 2569 ปริมาตรธารน้ำแข็งลดลงถึงร้อยละ 5.5 สะท้อนถึงผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อระบบนิเวศภูเขาสูงอย่างชัดเจน
ฌอง เดส์ กาเรต์ ประธานสภานักสำรวจภูมิประเทศประจำจังหวัดโอต-ซาวัว และหัวหน้าคณะสำรวจยอดเขามงบล็อง ระบุว่า แนวโน้มภาวะโลกร้อนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในหลายพื้นที่ของเทือกเขาแอลป์ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 4,000 เมตร ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระดับความสูงของยอดเขายังไม่ปรากฏชัดเจนในลักษณะเดียวกับพื้นที่ระดับต่ำกว่า
แม้การลดลงของความสูงยอดเขามงบล็องในปีนี้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากภาวะโลกร้อนโดยตรง แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของชั้นหิมะและน้ำแข็งบนยอดเขาสูง ขณะที่หลักฐานการสูญเสียธารน้ำแข็งทั่วเทือกเขาแอลป์ยังคงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อแหล่งน้ำ ระบบนิเวศ และชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรจากภูเขาในระยะยาว
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : Reuters/DENIS BALIBOUSE
