เมื่อ “โลกร้อน” เปลี่ยนโลกการศึกษา “อังกฤษ” เสนอเลื่อนสอบ ปรับเวลาเรียน หนีอากาศร้อน!

Share on Line Share on Facebook Share on X
เมื่อ “โลกร้อน” เปลี่ยนโลกการศึกษา “อังกฤษ” เสนอเลื่อนสอบ ปรับเวลาเรียน หนีอากาศร้อน!

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง หลังเผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา จนอุณหภูมิภายในห้องเรียนบางแห่งพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากต้องปิดการเรียนการสอน และนักเรียนหลายแสนคนต้องหยุดเรียนชั่วคราว ล่าสุดผู้นำสหภาพครูที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเวลาเปิด-ปิดโรงเรียน ขยายช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และเลื่อนการสอบออกจากช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปี เพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป


“แดเนียล เคเบเด” เลขาธิการสหภาพการศึกษาแห่งชาติ หรือ National Education Union (NEU) เปิดเผยว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายระลอกในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งครูและนักเรียน โดยโรงเรียนหลายแห่งมีอุณหภูมิภายในห้องเรียนสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้การเรียนการสอนแทบไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ


ข้อมูลระบุว่า ในช่วงคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักเรียนอย่างน้อย 760,000 คนในอังกฤษและเวลส์ต้องขาดเรียนเนื่องจากโรงเรียนปิดชั่วคราว ส่งผลให้สูญเสียเวลาเรียนรวมกันมากกว่า 15 ล้านชั่วโมง ขณะที่ตลอดช่วงไม่กี่เดือนของฤดูร้อน มีนักเรียนในสหราชอาณาจักรราว 1 ใน 5 ได้รับผลกระทบจากการหยุดเรียน


สรุปข่าว

คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังเขย่าระบบการศึกษาอังกฤษ หลังอุณหภูมิห้องเรียนพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส ทำให้นักเรียนกว่า 760,000 คนต้องขาดเรียน ล่าสุดสหภาพครูเสนอปรับเวลาเรียน ขยายช่วงปิดเทอม และเลื่อนสอบหนีอากาศร้อน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงอาคารเรียนเพื่อรับมือวิกฤตโลกร้อนในอนาคต

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง หลังเผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา จนอุณหภูมิภายในห้องเรียนบางแห่งพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากต้องปิดการเรียนการสอน และนักเรียนหลายแสนคนต้องหยุดเรียนชั่วคราว ล่าสุดผู้นำสหภาพครูที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเวลาเปิด-ปิดโรงเรียน ขยายช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และเลื่อนการสอบออกจากช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปี เพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป


“แดเนียล เคเบเด” เลขาธิการสหภาพการศึกษาแห่งชาติ หรือ National Education Union (NEU) เปิดเผยว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายระลอกในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งครูและนักเรียน โดยโรงเรียนหลายแห่งมีอุณหภูมิภายในห้องเรียนสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้การเรียนการสอนแทบไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ


ข้อมูลระบุว่า ในช่วงคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักเรียนอย่างน้อย 760,000 คนในอังกฤษและเวลส์ต้องขาดเรียนเนื่องจากโรงเรียนปิดชั่วคราว ส่งผลให้สูญเสียเวลาเรียนรวมกันมากกว่า 15 ล้านชั่วโมง ขณะที่ตลอดช่วงไม่กี่เดือนของฤดูร้อน มีนักเรียนในสหราชอาณาจักรราว 1 ใน 5 ได้รับผลกระทบจากการหยุดเรียน


ครูหลายคนรายงานว่า สภาพอากาศร้อนจัดทำให้นักเรียนมีสมาธิลดลง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และคลื่นไส้ บางห้องเรียนเด็กต้องนั่งหรือนอนบนพื้นพร้อมขวดน้ำเพื่อบรรเทาความร้อน จนแทบไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามปกติ


เคเบเดระบุว่า ได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากครูจำนวนมากตลอดช่วงคลื่นความร้อน โดยระดับความวิตกกังวลของบุคลากรทางการศึกษารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากครูต่างกังวลถึงความปลอดภัยของตนเองและนักเรียน


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สหภาพครูเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารเรียนครั้งใหญ่ เนื่องจากโรงเรียนจำนวนมากในสหราชอาณาจักรถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นภายใต้สภาพภูมิอากาศในอดีต โดยเฉพาะอาคารยุควิกตอเรียและอาคารที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960-1970 ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นอกจากการปรับปรุงอาคารแล้ว ยังเสนอให้มีการหารือระดับชาติเกี่ยวกับการปรับปฏิทินการศึกษา เช่น การเริ่มเรียนและเลิกเรียนให้เร็วขึ้น การขยายช่วงปิดเทอมฤดูร้อนให้ยาวนานกว่าเดิม หรือการย้ายช่วงเวลาสอบออกจากเดือนที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด เพื่อให้ระบบการศึกษาสามารถดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น


ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากคลื่นความร้อนยังสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเด็กจากครอบครัวรายได้น้อยในเขตเมืองมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า เนื่องจากบางครอบครัวอาศัยอยู่ในอาคารที่ไม่สามารถรับมือกับอากาศร้อนจัดได้ ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากไม่สามารถทำงานจากบ้านหรือลางานเพื่อดูแลบุตรหลานในวันที่โรงเรียนปิดได้


สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่รุนแรงขึ้น โดยโรงเรียนในพื้นที่ฐานะดีอาจมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับรับมือกับคลื่นความร้อน ขณะที่โรงเรียนในชุมชนยากจนมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐาน


ปัญหาความร้อนในโรงเรียนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปเผชิญอุณหภูมิสูงจัดและไฟป่ารุนแรงในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสมีการประท้วงของนักเรียน โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือการปรับปรุงสภาพห้องเรียนให้สามารถรองรับอากาศร้อนจัดได้อย่างเหมาะสม


เคเบเดเตือนว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นในปีนี้อาจกลายเป็นสภาพอากาศปกติของฤดูร้อนในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งวางแผนปรับตัวตั้งแต่ขณะนี้ โดยเฉพาะการลงทุนปรับปรุงอาคารเรียนให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในศตวรรษที่ 21 ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องสุขภาพของครูและนักเรียนแล้ว ยังสามารถสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้อีกด้วย


ข้อเสนอดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบการศึกษา ทั้งในด้านความปลอดภัย สุขภาพ ความต่อเนื่องของการเรียนรู้ และความเท่าเทียมทางการศึกษา ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรับมือในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Getty Images