โลกเสื่อมโทรม สัตว์ป่าลดลงกว่า 2 ใน 3 ความหลากหลายทางชีภาพกำลังเข้าขั้นวิกฤต

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกเสื่อมโทรม สัตว์ป่าลดลงกว่า 2 ใน 3 ความหลากหลายทางชีภาพกำลังเข้าขั้นวิกฤต

รายงาน Living Planet Report 2026 โดย กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เปิดเผยสถานการณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกกำลังเข้าขั้นน่าเป็นห่วง เนื่องจากประชากรสัตว์มีกระดูสันหลังลดลงเฉลี่ย 73% ภายในระยะเวลา 52 ปี นับตั้งแต่มีการติดตามระหว่างปี 1970-2022 ในจำนวนนี้ครอบคลุมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และปลา รวมทั้งสิ้น 5,790 ชนิด จากประชากรสัตว์ 35,803 กลุ่มในทั่วโลก คิดเป็นปีละ 2.5% ซึ่งกำลังสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ระบบนิเวศทั่วโลกกำลังเผชิญ

 

จากรายงานระบุว่า ประชากรสัตว์น้ำจืดได้รับผลกระทบ ลดจำนวนลงมากที่สุดเฉลี่ย 85% รองลงมาคือสัตว์บก และสัตว์ทะเล โดยประชากรสัตว์ในภูมิภาคอเมริกาใต้มีอัตราลดลงมากที่สุด แม้ว่าจำนวนประชากรสัตว์ทั่วโลกจะลดลงเฉลี่ย 73% แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่บ่งชี้ว่าสัตว์ป่าทั่วโลกบางชนิดสูญพันธุ์ เนื่องจากจำนวนประชากรสัตว์ที่ลดลงแต่ละประเภทอาจมีมากน้อยไม่เท่ากัน

 

สรุปข่าว

รายงานของ WWF ล่าสุด เปิดเผยว่าประชากรสัตว์มีกระดูกสันหลังเกือบ 6,000 ชนิดลดลงเฉลี่ย 73% ในช่วงระยะเวลา 52 ปี และยังคงลดลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีรายงานถึงสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นฟูขึ้นมาได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยในจำนวนสัตว์ที่ลดลงนั้นพบว่าสัตว์น้ำจืดมีจำนวนลงมากที่สุด แม้ว่าการลดลงของจำนวนสัตว์ป่านี้ไม่ใช้การบ่งชี้ว่าสัตว์เหล่านั้นใกล้สูญพันธุ์ แต่หมายถึงระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

รายงาน Living Planet Report 2026 โดย กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เปิดเผยสถานการณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกกำลังเข้าขั้นน่าเป็นห่วง เนื่องจากประชากรสัตว์มีกระดูสันหลังลดลงเฉลี่ย 73% ภายในระยะเวลา 52 ปี นับตั้งแต่มีการติดตามระหว่างปี 1970-2022 ในจำนวนนี้ครอบคลุมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และปลา รวมทั้งสิ้น 5,790 ชนิด จากประชากรสัตว์ 35,803 กลุ่มในทั่วโลก คิดเป็นปีละ 2.5% ซึ่งกำลังสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ระบบนิเวศทั่วโลกกำลังเผชิญ

 

จากรายงานระบุว่า ประชากรสัตว์น้ำจืดได้รับผลกระทบ ลดจำนวนลงมากที่สุดเฉลี่ย 85% รองลงมาคือสัตว์บก และสัตว์ทะเล โดยประชากรสัตว์ในภูมิภาคอเมริกาใต้มีอัตราลดลงมากที่สุด แม้ว่าจำนวนประชากรสัตว์ทั่วโลกจะลดลงเฉลี่ย 73% แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่บ่งชี้ว่าสัตว์ป่าทั่วโลกบางชนิดสูญพันธุ์ เนื่องจากจำนวนประชากรสัตว์ที่ลดลงแต่ละประเภทอาจมีมากน้อยไม่เท่ากัน

 

ประชากรสัตว์ป่าที่เฝ้าติดตามยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้เลย ยิ่งตอกย้ำความถดถอยของความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตได้ในอนาคต

 

สาเหตุสำคัญของการลดลงของประชากรสัตว์ป่ามาจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม การพัฒนาเมือง และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งลดพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้สัตว์ป่ายังเผชิญกับแรงกดดันจากการล่า รวมถึงวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ การแพร่กระจายของสัตว์ต่างถิ่นแบบรุกราน และโรคระบาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหาร การสืบพันธุ์ และความสามารถในการอยู่รอดของสัตว์แต่ละชนิด

 

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ของสัตว์ป่าที่ลดลงจะน่าเป็นห่วง แต่ในรายงานระบุว่า การอนุรักษ์ที่มีเป้าหมายชัดเจน และการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยให้ประชากรสัตว์ป่าบางชนิดฟื้นตัวได้ เช่น เสือโคร่ง ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ช้างแอฟริกา และเต่าทะเล ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ การควบคุมการล่า และการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม สามารถทำให้สัตว์ป่าบางชนิดฟื้นตัวขึ้นได้ 


การลดลงของสัตว์ป่า ไม่ใช่วิกฤตด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสมดุลของระบบนิเวศ ธรรมชาติ และทรัพยากรที่มนุษย์ล้วนพึ่งพา ตั้งแต่น้ำ อาหาร ไปจนถึงความมั่นคงด้านเศรษฐกิจในระยะยาว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐตั้งแต่นโยบาย ไปจนถึงภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อปกป้องระบบนิเวศ เพิ่มโอกาสการฟื้นฟูธรรมชาติและสัตว์ป่าก่อนสายเกินไป

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Envato