ธารน้ำแข็งสวิสวิกฤต! น้ำแข็งหายกว่า 5% ในปีเดียว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ธารน้ำแข็งสวิสวิกฤต!  น้ำแข็งหายกว่า 5% ในปีเดียว

ธารน้ำแข็งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังละลายอย่างรวดเร็ว หลังเผชิญกับหนึ่งในปีที่สูญเสียน้ำแข็งรุนแรงที่สุด ท่ามกลางคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ในยุโรป โดยผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งไปมากกว่า 5% ในปี 2569 และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำแข็งลดลงเกือบ 1 ใน 5 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

รายงานจากเครือข่ายติดตามธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์ (GLAMOS) ร่วมกับคณะกรรมาธิการสังเกตการณ์ธารน้ำแข็งและหิมะของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ระบุว่า ธารน้ำแข็งทั่วประเทศสูญเสียน้ำแข็งมากกว่า 5% ในปี 2569 นับเป็นหนึ่งในปีที่มีการสูญเสียน้ำแข็งอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุสำคัญจากฤดูหนาวที่มีหิมะตกน้อยกว่าปกติ ประกอบกับอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนที่สูงทำลายสถิติ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายอย่างมหาศาล

 

มัทธีอัส ฮุส ผู้อำนวยการ GLAMOS ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ธารน้ำแข็งกำลังละลายและหายไปอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแทบทุกปีเกิดเหตุการณ์น้ำแข็งละลายในระดับรุนแรง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งไปแล้วเกือบ 20%


แม้ว่าการสูญเสียน้ำแข็งในปีนี้จะอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่รุนแรงเท่าสถิติสูงสุดเมื่อปี 2565 ซึ่งในปีนั้นมีฝุ่นจากพายุฝุ่นในแอฟริกาเหนือพัดปกคลุมพื้นผิวหิมะ ทำให้หิมะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น และเร่งกระบวนการละลายของน้ำแข็งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น


สรุปข่าว

ธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งมากกว่า 5% ในปี 2569 หลังเผชิญฤดูหนาวที่มีหิมะน้อยและฤดูร้อนที่ร้อนทำลายสถิติ ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา น้ำแข็งหายไปเกือบ 20% แม้การละลายจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในช่วงฤดูร้อนได้ชั่วคราว แต่หากธารน้ำแข็งยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำสำรองตามธรรมชาติในระยะยาว

ธารน้ำแข็งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังละลายอย่างรวดเร็ว หลังเผชิญกับหนึ่งในปีที่สูญเสียน้ำแข็งรุนแรงที่สุด ท่ามกลางคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ในยุโรป โดยผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งไปมากกว่า 5% ในปี 2569 และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำแข็งลดลงเกือบ 1 ใน 5 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

รายงานจากเครือข่ายติดตามธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์ (GLAMOS) ร่วมกับคณะกรรมาธิการสังเกตการณ์ธารน้ำแข็งและหิมะของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ระบุว่า ธารน้ำแข็งทั่วประเทศสูญเสียน้ำแข็งมากกว่า 5% ในปี 2569 นับเป็นหนึ่งในปีที่มีการสูญเสียน้ำแข็งอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุสำคัญจากฤดูหนาวที่มีหิมะตกน้อยกว่าปกติ ประกอบกับอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนที่สูงทำลายสถิติ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายอย่างมหาศาล

 

มัทธีอัส ฮุส ผู้อำนวยการ GLAMOS ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ธารน้ำแข็งกำลังละลายและหายไปอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแทบทุกปีเกิดเหตุการณ์น้ำแข็งละลายในระดับรุนแรง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งไปแล้วเกือบ 20%


แม้ว่าการสูญเสียน้ำแข็งในปีนี้จะอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่รุนแรงเท่าสถิติสูงสุดเมื่อปี 2565 ซึ่งในปีนั้นมีฝุ่นจากพายุฝุ่นในแอฟริกาเหนือพัดปกคลุมพื้นผิวหิมะ ทำให้หิมะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น และเร่งกระบวนการละลายของน้ำแข็งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับธารน้ำแข็งอเล็ทช์ (Aletsch Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เผชิญกับการละลายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ขณะที่ธารน้ำแข็งเดอซองเฟลอรอง (Glacier de Tsanfleuron) มีความหนาเฉลี่ยลดลงมากกว่า 4 เมตร ภายในปีเดียว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์มองว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน


นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2569 ธารน้ำแข็งทั่วสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำในรูปของน้ำแข็งที่ละลายไปประมาณ 2.2 ล้านล้านลิตร หรือมากกว่า 4 เท่าของปริมาณน้ำดื่มที่ครัวเรือนทั่วประเทศใช้ในรอบ 1 ปี


อย่างไรก็ตาม การละลายของธารน้ำแข็งยังมีผลดีในระยะสั้น เนื่องจากน้ำที่ไหลจากการละลายของน้ำแข็งช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน แต่เมื่อพื้นที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งลดลงและธารน้ำแข็งมีขนาดเล็กลง ความสามารถในการเป็นแหล่งน้ำสำรองตามธรรมชาติก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters