โลกกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ไทยเจอสภาพอากาศสุดขั้ว อีก 10–20 ปี อนาคตอาจไม่เหมือนเดิม

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์เตือนเกี่ยวกับสมดุลใหม่ของโลก เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน อนาคตก็เปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังพาโลกเข้าสู่ “สมดุลใหม่ทางภูมิอากาศ” หรือ New Climate Normal โดยอนาคตของโลกไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วและความจริงจังในการลดผลกระทบและปรับตัวของมนุษย์
จากฉากทัศน์ของ IPCC สามารถมองอนาคตออกเป็น 3 รูปแบบ คือ We Live หากควบคุมอุณหภูมิโลกได้ราว 1.4–1.8 องศาเซลเซียส โลกยังสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงได้ ระบบนิเวศและสังคมยังมีโอกาสฟื้นตัว เศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาดมีบทบาทมากขึ้น
สรุปข่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์เตือนเกี่ยวกับสมดุลใหม่ของโลก เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน อนาคตก็เปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังพาโลกเข้าสู่ “สมดุลใหม่ทางภูมิอากาศ” หรือ New Climate Normal โดยอนาคตของโลกไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วและความจริงจังในการลดผลกระทบและปรับตัวของมนุษย์
จากฉากทัศน์ของ IPCC สามารถมองอนาคตออกเป็น 3 รูปแบบ คือ We Live หากควบคุมอุณหภูมิโลกได้ราว 1.4–1.8 องศาเซลเซียส โลกยังสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงได้ ระบบนิเวศและสังคมยังมีโอกาสฟื้นตัว เศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาดมีบทบาทมากขึ้น
ฉากทัศน์ที่สองคือ We Survive เมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นราว 2–3 องศาเซลเซียส คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้น ความมั่นคงด้านอาหารและน้ำเริ่มเปราะบาง และหลายพื้นที่ต้องเร่งลงทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ส่วนฉากทัศน์ที่สามคือ We Fail หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึงราว 3.5–4.5 องศาเซลเซียส ระบบธรรมชาติอาจเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หรือ Tipping Points ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ระบบนิเวศเสียหาย และความขัดแย้งจากการแย่งชิงทรัพยากรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย ในช่วง 10–20 ปีข้างหน้าศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญร่วมในคณะทำงาน IPCC มองว่า ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่รุนแรงและผันผวนมากขึ้น ทั้งร้อนกว่าเดิม เปียกกว่าเดิม แห้งกว่าเดิม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นซึ่งจะกระทบทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่คือเราจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับสมดุลใหม่ของโลกทั้งการสร้างองค์ความรู้ เพิ่มภูมิคุ้มกันของสังคม และเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพราะอนาคตด้านภูมิอากาศยังมีทางเลือก และการตัดสินใจในช่วง 10–20 ปีจากนี้จะมีส่วนกำหนดว่าเราจะ “อยู่รอด” หรือ “อยู่ได้อย่างยั่งยืน”ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้
ที่มาข้อมูล : รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์
ที่มารูปภาพ : NASA
