ฝนถล่ม “เซาเปาโล” ทุบสถิติสูงสุดบราซิล

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฝนถล่ม “เซาเปาโล”  ทุบสถิติสูงสุดบราซิล

“เซาเปาโล” เผชิญฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ หลังเมืองบันทึกปริมาณฝนในรอบ 24 ชั่วโมง สูงที่สุดของบราซิลในช่วงวันที่ 11–12 กันยายนที่ผ่านมา


 โดยประชาชนจำนวนมากในเมืองเซาเปาโลต้องลุยน้ำผ่านถนนที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเร่งเก็บกู้ข้าวของที่เปียกเสียหาย หลังสถานการณ์ฝนตกหนักส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ สถานีตรวจวัดอากาศมิรันเต เด ซานตานา ทางตอนเหนือของเมือง วัดปริมาณฝนได้ 75.4 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงที่สูงที่สุดที่มีการบันทึกในบราซิล ตามข้อมูลของสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติบราซิล

 

สรุปข่าว

“เซาเปาโล” เผชิญฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม ประชาชนต้องลุยน้ำและเร่งเก็บกู้ข้าวของที่เสียหาย โดยวัดปริมาณฝนได้ 75.4 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงที่สูงที่สุดที่มีการบันทึกในบราซิล และยังพบว่าในเดือนกันยายน 2026 ขึ้นแท่นเดือนกันยายนที่ฝนตกมากเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1943

“เซาเปาโล” เผชิญฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ หลังเมืองบันทึกปริมาณฝนในรอบ 24 ชั่วโมง สูงที่สุดของบราซิลในช่วงวันที่ 11–12 กันยายนที่ผ่านมา


 โดยประชาชนจำนวนมากในเมืองเซาเปาโลต้องลุยน้ำผ่านถนนที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเร่งเก็บกู้ข้าวของที่เปียกเสียหาย หลังสถานการณ์ฝนตกหนักส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ สถานีตรวจวัดอากาศมิรันเต เด ซานตานา ทางตอนเหนือของเมือง วัดปริมาณฝนได้ 75.4 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงที่สูงที่สุดที่มีการบันทึกในบราซิล ตามข้อมูลของสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติบราซิล

 

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักทำให้เดือนกันยายน 2026 กลายเป็นเดือนกันยายนที่มีฝนตกมากที่สุดเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1943

 


 สรุปแล้วพบว่า ฝนตกหนักในเซาเปาโลทำให้เกิดน้ำท่วมและสร้างความเสียหายต่อประชาชน ขณะที่ปริมาณฝนในช่วง 24 ชั่วโมงทำสถิติสูงที่สุดของบราซิล และทำให้กันยายนปีนี้ติดอันดับ 4 เดือนกันยายนที่ฝนตกมากที่สุดในประวัติศาสตร์การบันทึกข้อมูลของเมือง

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters