โลกร้อนกระทบอาเซียน จ่อเจอวันร้อนจัดเพิ่ม 60 วัน

“อาเซียน” กำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฝนที่เปลี่ยนแปลง และภัยพิบัติที่เกิดบ่อยขึ้น แต่ในอีกด้าน วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้รัฐบาลและภาคธุรกิจเร่งลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วได้ดีขึ้น
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ทำให้ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนมากกว่าหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยข้อมูลระบุว่าอาเซียนและเอเชียมีสัดส่วนถึง 41% ของพื้นที่น้ำท่วมทั่วโลก ขณะที่ระหว่างปี 2556–2566 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ 244 ครั้ง ภัยแล้ง 104 ครั้ง และพายุรุนแรง 101 ครั้ง ภายในปี 2593 คาดว่าภูมิภาคนี้อาจเผชิญวันที่มีอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอีกราว 60 วันต่อปี ขณะที่ภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอยู่แล้วอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างน้อย 80 ล้านคนต่อปี
สรุปข่าว
“อาเซียน” กำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฝนที่เปลี่ยนแปลง และภัยพิบัติที่เกิดบ่อยขึ้น แต่ในอีกด้าน วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้รัฐบาลและภาคธุรกิจเร่งลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วได้ดีขึ้น
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ทำให้ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนมากกว่าหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยข้อมูลระบุว่าอาเซียนและเอเชียมีสัดส่วนถึง 41% ของพื้นที่น้ำท่วมทั่วโลก ขณะที่ระหว่างปี 2556–2566 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ 244 ครั้ง ภัยแล้ง 104 ครั้ง และพายุรุนแรง 101 ครั้ง ภายในปี 2593 คาดว่าภูมิภาคนี้อาจเผชิญวันที่มีอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอีกราว 60 วันต่อปี ขณะที่ภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอยู่แล้วอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างน้อย 80 ล้านคนต่อปี
อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวกำลังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อีกโอกาสสำคัญคือการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ องค์การสหประชาชาติประเมินว่า ภายในปี 2593 โลกอาจต้องใช้เงินลงทุนด้านการปรับตัวสูงถึง 2.8–5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศทั่วโลกอยู่ที่ราว 8.45 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
สำหรับเอเชีย การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 30 ปีข้างหน้าอาจมีขนาดเทียบเท่ากับสิ่งที่สร้างขึ้นตลอด 200 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสสำคัญในการออกแบบอาคาร ระบบพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วได้ตั้งแต่ต้น
อาเซียนยังเดินหน้าความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนเพื่อซื้อขายพลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน การส่งเสริมโครงการปกป้องป่า และการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ
แต่ความท้าทายยังคงอยู่ เพราะเศรษฐกิจของอาเซียนยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระดับสูง และความต้องการพลังงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายในปี 2583 ทำให้การลดการปล่อยคาร์บอนครั้งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย
อาเซียนกำลังอยู่แนวหน้าของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่ในขณะเดียวกัน วิกฤตนี้ก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในพลังงานสะอาด การปรับตัว และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น หากอาเซียนเร่งเปลี่ยนผ่านได้ทัน วิกฤตโลกร้อนอาจกลายเป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจที่สะอาดและรับมืออนาคตได้มากขึ้น
- ดร.เสรีเตือน “ไทยร้อนขึ้น” แถมเจอ “ฝนสุดขั้ว” น้ำทะเลสูง จ่อวิกฤตเมืองหลวงจมน้ำ
- “หิมาลัย” ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน! ธารน้ำแข็งละลาย สะเทือนผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย
- โลกร้อนเปลี่ยนเกมฟุตบอล ยิ่งร้อนนักเตะยิ่งผ่อนแรง
- สิงหาคม 2569 เดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
- โลกร้อนถึงจุดอันตราย! ธรรมชาติอาจเร่งความร้อนอีก 30%
ที่มาข้อมูล : businesstimes.com.sg
ที่มารูปภาพ : NOAA
