งานวิจัยชี้ “อากาศร้อนจัด” ดันเด็กป่วยจิตเวชพุ่ง เสี่ยงเข้าโรงพยาบาลเพิ่ม 3 เท่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
งานวิจัยชี้ “อากาศร้อนจัด” ดันเด็กป่วยจิตเวชพุ่ง  เสี่ยงเข้าโรงพยาบาลเพิ่ม 3 เท่า

ผลการศึกษาครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่ในวารสารของสถาบันจิตเวชเด็กและวัยรุ่นแห่งอเมริกา พบว่า สภาพอากาศร้อนจัดส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผลกระทบด้านสาธารณสุขที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


จิตแพทย์ด้านเด็กและวัยรุ่นจากเครือข่ายโรงพยาบาลเด็กซิดนีย์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนในหลายมิติ และเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสำคัญมากขึ้นในการวางแผนนโยบายด้านสาธารณสุข


การศึกษาครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 720,000 ครั้ง ของผู้มีอายุไม่เกิน 24 ปี ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระหว่างปี 2544-2565 พบว่า เมื่ออุณหภูมิสูงแตะระดับร้อยละ 1 สูงสุดของสถิติที่ผ่านมา ความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาด้วยปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงฤดูร้อน และเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น


สรุปข่าว

“คลื่นความร้อน” ที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังอาจเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนด้วย ผลการศึกษาครั้งใหญ่จากออสเตรเลียพบว่า เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงผิดปกติ ความเสี่ยงที่เด็กและคนหนุ่มสาวจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเตือนว่าปัญหานี้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หากโลกยังเผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลการศึกษาครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่ในวารสารของสถาบันจิตเวชเด็กและวัยรุ่นแห่งอเมริกา พบว่า สภาพอากาศร้อนจัดส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผลกระทบด้านสาธารณสุขที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


จิตแพทย์ด้านเด็กและวัยรุ่นจากเครือข่ายโรงพยาบาลเด็กซิดนีย์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนในหลายมิติ และเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสำคัญมากขึ้นในการวางแผนนโยบายด้านสาธารณสุข


การศึกษาครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 720,000 ครั้ง ของผู้มีอายุไม่เกิน 24 ปี ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระหว่างปี 2544-2565 พบว่า เมื่ออุณหภูมิสูงแตะระดับร้อยละ 1 สูงสุดของสถิติที่ผ่านมา ความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาด้วยปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงฤดูร้อน และเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น


นักวิจัยยังประเมินว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้านสุขภาพจิตอันมีสาเหตุเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อน อาจเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 6-7.7 ในอนาคต


ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครอบคลุมเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท ความผิดปกติจากการใช้สารเสพติด โรคการกินผิดปกติ และการทำร้ายตนเอง โดยไม่รวมผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินหรือระบบผู้ป่วยนอก


คณะนักวิจัยอธิบายว่า ความร้อนจัดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตผ่านหลายกลไก ทั้งการรบกวนการนอนหลับ การเพิ่มระดับความเครียด การเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง ตลอดจนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติดที่เพิ่มขึ้น จึงเสนอให้การรับมือคลื่นความร้อนและการกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขในอนาคต คำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาพจิตควบคู่กับผลกระทบทางร่างกาย เพื่อปกป้องกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นประชากรที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Envato