WMO เตือนเอลนีโญแรงขึ้น ฝนเปลี่ยน อุณหภูมิพุ่ง!

Share on Line Share on Facebook Share on X
WMO เตือนเอลนีโญแรงขึ้น  ฝนเปลี่ยน อุณหภูมิพุ่ง!

ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังกลับมามีอิทธิพลต่อสภาพอากาศโลก หลังรายงานการคาดการณ์ภูมิอากาศตามฤดูกาลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า มีแนวโน้มเกิดเอลนีโญกำลังแรงขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาคทั่วโลก

 

รายงาน Global Seasonal Climate Update ของ WMO ระบุว่า การคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 3 เดือนข้างหน้า สะท้อนถึงการพัฒนาของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

 

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออก มีแนวโน้มได้รับปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บางพื้นที่ของมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน อนุทวีปอินเดีย และพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย อาจมีฝนน้อยกว่าปกติ


สรุปข่าว

WMO คาดการณ์ว่าเอลนีโญมีแนวโน้มพัฒนาเป็นกำลังแรงขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 ส่งผลให้สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง หลายพื้นที่ในแปซิฟิกเส้นศูนย์สูตรอาจมีฝนมากกว่าปกติ ขณะที่บางพื้นที่ เช่น ออสเตรเลียและอนุทวีปอินเดีย อาจเผชิญฝนน้อยลง ขณะเดียวกัน อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ส่วนใหญ่ เพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้ว

ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังกลับมามีอิทธิพลต่อสภาพอากาศโลก หลังรายงานการคาดการณ์ภูมิอากาศตามฤดูกาลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า มีแนวโน้มเกิดเอลนีโญกำลังแรงขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาคทั่วโลก

 

รายงาน Global Seasonal Climate Update ของ WMO ระบุว่า การคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 3 เดือนข้างหน้า สะท้อนถึงการพัฒนาของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

 

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออก มีแนวโน้มได้รับปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บางพื้นที่ของมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน อนุทวีปอินเดีย และพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย อาจมีฝนน้อยกว่าปกติ


นอกจากนี้ หลายพื้นที่บนโลกมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะพื้นที่บนบกเกือบทั้งหมด รวมถึงบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก ยกเว้นพื้นที่ใกล้ขั้วโลก

 

WMO ประเมินว่าเอลนีโญที่กำลังพัฒนาขึ้นในช่วงกลางปี 2569 อาจส่งผลให้รูปแบบฝนทั่วโลกเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุณหภูมิสูงในหลายภูมิภาค โดยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปรากฏการณ์นี้มีผลต่อสภาพอากาศ เศรษฐกิจ และภาคเกษตรกรรมทั่วโลก

 

ที่มาข้อมูล : World Meteorological Organization

ที่มารูปภาพ : WMO