สิ่งแวดล้อมปนเปื้อน จบที่สุขภาพคน! “พยาธิใบไม้ตับ” ยังคุกคามคนไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
สิ่งแวดล้อมปนเปื้อน  จบที่สุขภาพคน!  “พยาธิใบไม้ตับ” ยังคุกคามคนไทย

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับการกินปลาน้ำจืดดิบ เสี่ยงติดพยาธิใบไม้ตับ จุดชนวนมะเร็งท่อน้ำดี คร่าชีวิตคนไทย 

 

โดยระบุว่า วงการสาธารณสุขไทยจับตาปัญหาพยาธิใบไม้ตับอีกครั้ง หลังผลตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ในจังหวัดมหาสารคาม ปี 2569 พบผู้ติดเชื้อรวมกว่า 4,600 คน สะท้อนว่าพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืดแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยโรคนี้อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน สามารถนำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงของคนไทย


ข้อมูลด้านสาธารณสุขระบุว่า การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญจากการบริโภคปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดแบบดิบหรือปรุงไม่สุก โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้าน เช่น ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม ปลาร้าดิบ รวมถึงปลาหมกหรือปลาปิ้งที่ปรุงไม่สุกเพียงพอ


สรุปข่าว

สิ่งแวดล้อมที่สะอาดไม่ได้หมายถึงอากาศดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงแหล่งน้ำและระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัย เพราะหากวงจรการปนเปื้อนในธรรมชาติยังไม่ถูกตัด การแพร่ระบาดของโรคก็ยังคงเกิดขึ้นได้ ล่าสุด “ดร.สนธิ” เตือนวงการสาธารณสุขไทยจับตาปัญหาพยาธิใบไม้ตับอีกครั้ง หลังผลตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ในจังหวัดมหาสารคาม ปี 2569 พบผู้ติดเชื้อกว่า 4,600 คน สะท้อนว่าพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงการจัดการสุขาภิบาลที่ไม่เหมาะสม ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อวงจรการแพร่เชื้อ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับการกินปลาน้ำจืดดิบ เสี่ยงติดพยาธิใบไม้ตับ จุดชนวนมะเร็งท่อน้ำดี คร่าชีวิตคนไทย 

 

โดยระบุว่า วงการสาธารณสุขไทยจับตาปัญหาพยาธิใบไม้ตับอีกครั้ง หลังผลตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ในจังหวัดมหาสารคาม ปี 2569 พบผู้ติดเชื้อรวมกว่า 4,600 คน สะท้อนว่าพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืดแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยโรคนี้อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน สามารถนำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงของคนไทย


ข้อมูลด้านสาธารณสุขระบุว่า การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญจากการบริโภคปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดแบบดิบหรือปรุงไม่สุก โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้าน เช่น ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม ปลาร้าดิบ รวมถึงปลาหมกหรือปลาปิ้งที่ปรุงไม่สุกเพียงพอ


นอกจากพฤติกรรมการบริโภคแล้ว การขับถ่ายอุจจาระลงแหล่งน้ำโดยไม่ถูกสุขลักษณะ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้วงจรชีวิตของพยาธิแพร่กระจายต่อเนื่อง ไข่พยาธิจะปะปนลงสู่แหล่งน้ำ เข้าไปเจริญในหอยน้ำจืด ก่อนย้ายไปฝังตัวในเนื้อปลาน้ำจืด และเมื่อคนหรือสัตว์รับประทานปลาเหล่านี้โดยไม่ผ่านการปรุงสุก ก็จะติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

 

พื้นที่ที่พบการติดเชื้อสูงที่สุดยังคงเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประเภทปลาดิบสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน

 

แพทย์เตือนว่า พยาธิใบไม้ตับสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้ท่อน้ำดีตีบหรืออุดตัน ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบริเวณชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ หากอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต ตับแข็ง หรือภาวะตับวายได้


ที่น่ากังวลคือ การอักเสบเรื้อรังจากพยาธิใบไม้ตับเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เซลล์ในท่อน้ำดีเกิดการกลายพันธุ์ จนนำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงในประเทศไทย

 

กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันโรคด้วยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก 100% โดยเฉพาะปลาน้ำจืด หลีกเลี่ยงเมนูปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ทุกชนิด รวมทั้งขับถ่ายลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันไข่พยาธิแพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำ และช่วยตัดวงจรการระบาดของโรค

แท็กบทความ