โลกเดือดไม่พอ! ล่าสุด “มหาสมุทรโลก” ร้อนสุดในประวัติศาสตร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกเดือดไม่พอ!  ล่าสุด “มหาสมุทรโลก”  ร้อนสุดในประวัติศาสตร์

มหาสมุทรของโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในเดือนมิถุนายน 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวร่วมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ กำลังผลักดันให้มหาสมุทรสะสมความร้อนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า 

 

ข้อมูลจากหน่วยงานติดตามสภาพภูมิอากาศและมหาสมุทรของสหภาพยุโรป (Copernicus) ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยผิวน้ำทะเลทั่วโลกในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 20.98 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นในปี 2566 และ 2567 นับเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล


สรุปข่าว

“มหาสมุทรโลก” ทำสถิติร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน จากอิทธิพลของเอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ทะเลสะสมความร้อนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า มหาสมุทรที่ร้อนขึ้นจะเร่งให้เกิดคลื่นความร้อน พายุรุนแรง ฝนตกหนัก และภัยแล้งบ่อยและรุนแรงขึ้นทั่วโลก ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงสถิติใหม่ของอุณหภูมิทะเล แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบภูมิอากาศโลกกำลังเข้าสู่ภาวะที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

มหาสมุทรของโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในเดือนมิถุนายน 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวร่วมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ กำลังผลักดันให้มหาสมุทรสะสมความร้อนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า 

 

ข้อมูลจากหน่วยงานติดตามสภาพภูมิอากาศและมหาสมุทรของสหภาพยุโรป (Copernicus) ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยผิวน้ำทะเลทั่วโลกในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 20.98 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นในปี 2566 และ 2567 นับเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล


นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มหาสมุทรเป็นตัวดูดซับความร้อนส่วนเกินจากภาวะโลกร้อนมากกว่า 90% ของความร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดที่สะท้อนสถานะของระบบภูมิอากาศโลกได้อย่างชัดเจน เมื่อมหาสมุทรร้อนขึ้น ย่อมส่งผลต่อการไหลเวียนของบรรยากาศ การก่อตัวของพายุ และวัฏจักรของฝนทั่วโลก 


ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โลกยังเผชิญ คลื่นความร้อนทางทะเล (Marine Heatwaves) อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรราว 82% ของโลก โดยเฉพาะทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร ซึ่งล้วนมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง ระบบนิเวศทางทะเล และความหลากหลายทางชีวภาพ 

 

อีกปัจจัยสำคัญคือ “เอลนีโญ” ที่เริ่มพัฒนาตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก นักวิทยาศาสตร์คาดว่า หากเอลนีโญทวีความรุนแรงตามที่หลายแบบจำลองคาดการณ์ จะยิ่งเพิ่มความร้อนทั้งในมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ ทำให้คลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และพายุรุนแรงเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า


ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า หากแนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อไป โลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ "ดินแดนที่ไม่เคยมีใครเดินมาก่อน" (uncharted territory) ซึ่งหมายถึงภาวะที่ระบบภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเกินกว่าประสบการณ์และข้อมูลในอดีตจะใช้คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ 

 

อุณหภูมิมหาสมุทรที่ทำสถิติสูงสุดในเดือนมิถุนายน ไม่ใช่เพียงตัวเลขใหม่ของสถิติโลก แต่เป็นสัญญาณว่าระบบภูมิอากาศกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งภาวะโลกร้อนและเอลนีโญพร้อมกัน เมื่อทะเลสะสมความร้อนมากขึ้น ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในมหาสมุทร แต่จะส่งต่อไปยังสภาพอากาศบนบก ผ่านคลื่นความร้อน พายุที่รุนแรงขึ้น ฝนตกหนัก น้ำท่วม และภัยแล้ง ซึ่งจะกลายเป็นความท้าทายสำคัญของโลกในอนาคตอันใกล้

ที่มาข้อมูล : lemonde.fr

ที่มารูปภาพ : NOAA