เตือน 14 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก สัปดาห์หน้า"ฝนทิ้งช่วง" จากเอลนีโญ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือน 14 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก  สัปดาห์หน้า"ฝนทิ้งช่วง" จากเอลนีโญ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีแนวโน้มเจอฝนตกหนักมาก

พร้อมกันนี้ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักในช่วงวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 14 จังหวัด ประกอบด้วย น่าน พะเยา ตาก บึงกาฬ จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล

สรุปข่าว

สทนช. เตือน 14 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก 30 มิ.ย.-2 ก.ค. 69 พร้อมสั่งเร่งหาแหล่งน้ำสำรอง เตรียมรับมือวิกฤต "ฝนทิ้งช่วง" จากฤทธิ์เอลนีโญสัปดาห์หน้า

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีแนวโน้มเจอฝนตกหนักมาก

พร้อมกันนี้ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักในช่วงวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 14 จังหวัด ประกอบด้วย น่าน พะเยา ตาก บึงกาฬ จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ร้อยละ 55 ของความจุ โดยมีปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้การได้จริงร้อยละ 36 ทั้งนี้ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่งในภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีปริมาณน้ำสูงเกินระดับเก็บกักสูงสุด ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนแม่จาง 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 อีกจำนวน 32 แห่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภาค โดยภาคเหนือพบมากที่สุดถึง 18 แห่ง

ด้านการรับมือภัยแล้ง นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า จากสภาวะเอลนีโญคาดว่าจะส่งผลให้เกิดสถานการณ์ฝนตกน้อยและแห้งแล้งยาวนาน โดยจะเริ่มมีภาวะ "ฝนทิ้งช่วง" ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป สทนช. จึงได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

จากการประเมินพบพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำประปาในเขตการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จำนวน 21 สาขา ใน 18 จังหวัด และพื้นที่นอกเขต กปภ. อีก 24 จังหวัด (ครอบคลุม 48 อำเภอ 60 ตำบล) ซึ่งทาง กปภ. ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การวางท่อส่งน้ำ การสูบน้ำจากแหล่งน้ำสำรอง การสร้างฝายชั่วคราว การขุดลอก และการจัดซื้อน้ำดิบจากแหล่งน้ำของเอกชน

ในส่วนของภาคการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรยืนยันว่าพื้นที่นาข้าว พืชไร่ และพืชผัก ยังคงมีน้ำเพียงพอไปจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ส่วนพื้นที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น ทางเกษตรจังหวัดได้ร่วมมือกับกรมชลประทานในการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่น้ำน้อยให้เตรียมพร้อม และแนะนำให้ขุดลอกร่องสวนเพื่อกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้รับมือกับช่วงฝนทิ้งช่วงที่กำลังจะมาถึง

ที่มาข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย