
ทุกวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับ “วันลมโลก” (Global Wind Day) วันที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพลังงานลม หนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วันลมโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 จากความร่วมมือขององค์กรด้านพลังงานลมในยุโรป ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติในปี ค.ศ. 2009 โดยความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมและเครือข่ายพลังงานลมทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพ ประโยชน์ และบทบาทของพลังงานลมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด
สรุปข่าว
ทุกวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับ “วันลมโลก” (Global Wind Day) วันที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพลังงานลม หนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วันลมโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 จากความร่วมมือขององค์กรด้านพลังงานลมในยุโรป ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติในปี ค.ศ. 2009 โดยความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมและเครือข่ายพลังงานลมทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพ ประโยชน์ และบทบาทของพลังงานลมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะโลกร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศ ขณะที่พลังงานลมได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและเติบโตเร็วที่สุดของโลก
พลังงานลมเกิดจากการเปลี่ยนพลังงานจลน์ของกระแสลมให้เป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านกังหันลม โดยไม่ต้องเผาไหม้เชื้อเพลิง จึงแทบไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ในราคาที่แข่งขันได้กับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้มีการลงทุนในโครงการกังหันลมทั้งบนบก (Onshore Wind) และนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พลังงานลมยังมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศต่าง ๆ โดยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ สร้างงานในภาคการผลิต การก่อสร้าง และการบำรุงรักษา รวมถึงส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว
ข้อมูลจากอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และปัจจุบันมีสัดส่วนสำคัญในระบบไฟฟ้าของหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านการติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่
สำหรับประเทศไทย แม้พลังงานลมจะยังมีสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับพลังงานหลักประเภทอื่น แต่หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ภูเขาสูง มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานลมเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในอนาคต
- อังกฤษเปลี่ยนดินเป็นไฟฟ้า! ทำ “แบตเตอรี่พลังงานจากแบคทีเรีย” หวังแทนถ่านและโซลาร์เซลล์ในอนาคต
- “เอลนีโญ” จ่อซ้ำเติมภัยแล้งในออสเตรเลีย เพิ่มความเสี่ยงไฟป่าหนักกว่าเดิม
- วิกฤตพลังงานเร่งเปลี่ยนเกม ดัน “พลังงานหมุนเวียน” พุ่ง ครองกำลังการผลิตไฟฟ้า 49% ทั่วโลก
- คาร์บอนจาก “สงคราม” เรื่องใหญ่ที่หายไปจากเวทีโลก
- “เกาหลีใต้” เร่งปฏิวัติพลังงาน ดัน “โซลาร์เซลล์ชุมชน” ไม่ง้อพึ่งน้ำมันต่างชาติ
ที่มาข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ที่มารูปภาพ : Envato
