15 มิ.ย. “วันลมโลก” เปิดบทบาทพลังงานสะอาด ที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดแห่งยุค

Share on Line Share on Facebook Share on X
15 มิ.ย. “วันลมโลก” เปิดบทบาทพลังงานสะอาด ที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดแห่งยุค

ทุกวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับ “วันลมโลก” (Global Wind Day) วันที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพลังงานลม หนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันลมโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 จากความร่วมมือขององค์กรด้านพลังงานลมในยุโรป ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติในปี ค.ศ. 2009 โดยความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมและเครือข่ายพลังงานลมทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพ ประโยชน์ และบทบาทของพลังงานลมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด

สรุปข่าว

ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นภารกิจสำคัญของหลายประเทศ หนึ่งในแหล่งพลังงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ “พลังงานลม” ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีบทบาทสำคัญต่อการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เนื่องในวันที่ 15 มิถุนายน “วันลมโลก” ชวนทำความรู้จักพลังงานแห่งอนาคตที่กำลังช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นความหวังสำคัญในการรับมือกับภาวะโลกร้อนของโลกในศตวรรษที่ 21

ทุกวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับ “วันลมโลก” (Global Wind Day) วันที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพลังงานลม หนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันลมโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 จากความร่วมมือขององค์กรด้านพลังงานลมในยุโรป ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติในปี ค.ศ. 2009 โดยความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมและเครือข่ายพลังงานลมทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพ ประโยชน์ และบทบาทของพลังงานลมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะโลกร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศ ขณะที่พลังงานลมได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและเติบโตเร็วที่สุดของโลก

พลังงานลมเกิดจากการเปลี่ยนพลังงานจลน์ของกระแสลมให้เป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านกังหันลม โดยไม่ต้องเผาไหม้เชื้อเพลิง จึงแทบไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ในราคาที่แข่งขันได้กับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้มีการลงทุนในโครงการกังหันลมทั้งบนบก (Onshore Wind) และนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พลังงานลมยังมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศต่าง ๆ โดยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ สร้างงานในภาคการผลิต การก่อสร้าง และการบำรุงรักษา รวมถึงส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว

ข้อมูลจากอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และปัจจุบันมีสัดส่วนสำคัญในระบบไฟฟ้าของหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านการติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่

สำหรับประเทศไทย แม้พลังงานลมจะยังมีสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับพลังงานหลักประเภทอื่น แต่หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ภูเขาสูง มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานลมเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในอนาคต