
International Renewable Energy Agency (IRENA) เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า ภายในสิ้นปี 2568 พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 49% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั่วโลก สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพลังงานสะอาดในระบบพลังงานโลก
รายงานดังกล่าวระบุว่า ในปีที่ผ่านมา โลกมีการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 15.5% หรือคิดเป็น 692 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่พลังงานหมุนเวียนเติบโตต่อเนื่องแทบทุกปีนับตั้งแต่ต้นศตวรรษ
ทั้งนี้ พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 85.6% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นใหม่ทั้งหมดในปี 2568 โดยมี “พลังงานแสงอาทิตย์” เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นเกือบ 3 ใน 4 ของกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือราว 510 กิกะวัตต์ ขณะที่พลังงานลมเพิ่มขึ้นเป็นอันดับสองที่ 159 กิกะวัตต์
สรุปข่าว
International Renewable Energy Agency (IRENA) เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า ภายในสิ้นปี 2568 พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 49% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั่วโลก สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพลังงานสะอาดในระบบพลังงานโลก
รายงานดังกล่าวระบุว่า ในปีที่ผ่านมา โลกมีการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 15.5% หรือคิดเป็น 692 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่พลังงานหมุนเวียนเติบโตต่อเนื่องแทบทุกปีนับตั้งแต่ต้นศตวรรษ
ทั้งนี้ พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 85.6% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นใหม่ทั้งหมดในปี 2568 โดยมี “พลังงานแสงอาทิตย์” เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นเกือบ 3 ใน 4 ของกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือราว 510 กิกะวัตต์ ขณะที่พลังงานลมเพิ่มขึ้นเป็นอันดับสองที่ 159 กิกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังคงกระจุกตัวในบางประเทศ โดยประเทศจีนยังคงเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนของโลก ด้วยกำลังการผลิตสะสมกว่า 2.25 ล้านเมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 24.2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป รวมกันมีสัดส่วนถึง 79.5% ของกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ในทางกลับกัน ทวีปแอฟริกามีสัดส่วนการเพิ่มกำลังผลิตเพียง 1.6% ของทั้งโลก แม้จะเติบโตในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 15.9% โดยมีประเทศอย่างเอธิโอเปีย แอฟริกาใต้ และอียิปต์ เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ตะวันออกกลางก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 28.9% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศสำคัญที่ผลักดันการขยายตัว
แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตไฟฟ้าโลกแล้ว แต่ในแง่ของการผลิตไฟฟ้าจริงยังคิดเป็นเพียงประมาณ 32% ในปี 2567 เนื่องจากภาคพลังงานโดยรวมยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งระยะไกล เช่น การเดินเรือและการบิน
รายงานยังชี้ว่า การเติบโตของพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบสำคัญของโลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ประเทศที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง จะมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานมากขึ้น และได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกน้อยกว่าประเทศที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก
ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า พลังงานหมุนเวียนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญของระบบพลังงานโลกในอนาคต ท่ามกลางความพยายามลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
- คาร์บอนจาก “สงคราม” เรื่องใหญ่ที่หายไปจากเวทีโลก
- “กรีซ” หนาวน้อยลง หิมะบนภูเขาหายกว่าครึ่ง เสี่ยงกระทบแหล่งน้ำจืดในฤดูร้อน
- โลกร้อนพลิกเกมโรคระบาด! สัตว์ภูมิคุ้มกันพัง เชื้อโรครุกหนักทั่วโลก
- ไทยไม่ถึงขั้น “ทะเลทราย” แต่ส่อวิกฤตกึ่งแล้ง! จ่อกระทบทั้งประเทศ
- โลกระอุ! “ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อถล่มไทย เสี่ยงร้อนทะลุ 46 องศาฯ
