Donald Trump ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 กลับสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง (ทดสอบระบบ)

Share on Line Share on Facebook Share on X
Donald Trump ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 กลับสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง (ทดสอบระบบ)

Trump ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 เตรียมกลับสู่ทำเนียบขาว

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 จบลงด้วยชัยชนะของ Donald Trump ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เหนือ Kamala Harris ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

ผลอย่างเป็นทางการจาก Electoral College ระบุว่า Trump ได้รับคะแนน 312 เสียง ขณะที่ Harris ได้ 226 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียง โดยผู้สมัครต้องมีอย่างน้อย 270 เสียงเพื่อคว้าชัยชนะ

Trump กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

ชัยชนะในปี 2024 ทำให้ Donald Trump กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง หลังจากเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างปี 2017–2021

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ Trump จับคู่กับ JD Vance ในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ขณะที่ Kamala Harris ลงแข่งขันร่วมกับ Tim Walz

Trump สามารถคว้าชัยชนะในรัฐสมรภูมิสำคัญหลายแห่ง และท้ายที่สุดกวาดชัยในรัฐสมรภูมิหลักทั้ง 7 รัฐ รวมถึง Pennsylvania, Michigan, Wisconsin, Arizona, Georgia, Nevada และ North Carolina

Electoral College 312 ต่อ 226

ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ไม่ได้ตัดสินจากคะแนนเสียงประชาชนทั่วประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ระบบ Electoral College

แต่ละรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งแตกต่างกันตามจำนวนตัวแทนในสภาคองเกรส

ผลสุดท้ายของการเลือกตั้งปี 2024 คือ

Donald Trump — 312 Electoral Votes

Kamala Harris — 226 Electoral Votes

ทำให้ Trump ผ่านเกณฑ์ 270 เสียงไปอย่างชัดเจน

Trump ยังชนะ Popular Vote

หนึ่งในความแตกต่างสำคัญจากการเลือกตั้งปี 2016 คือครั้งนี้ Trump ไม่ได้ชนะเฉพาะ Electoral College เท่านั้น แต่ยังได้รับคะแนน Popular Vote มากกว่า Harris ด้วย

มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า 153 ล้านคน และ Trump สามารถสร้างฐานเสียงเพิ่มเติมจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิสม่ำเสมอ รวมถึงทำผลงานได้ดีขึ้นในหลายรัฐเมื่อเทียบกับปี 2020

ชัยชนะครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการกลับมาทางการเมืองครั้งสำคัญของ Trump

รัฐสมรภูมิคือกุญแจสำคัญ

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รัฐที่มีการแข่งขันสูสี หรือที่เรียกว่า Swing States มักเป็นพื้นที่สำคัญที่ตัดสินผลการเลือกตั้ง

ในปี 2024 Trump สามารถเอาชนะในรัฐสำคัญหลายแห่งที่ Joe Biden เคยชนะในการเลือกตั้งปี 2020

โดยเฉพาะ Pennsylvania, Michigan และ Wisconsin ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่มักถูกเรียกว่า “Blue Wall”

นอกจากนี้ Trump ยังสามารถกลับมาชนะ Arizona และ Georgia ซึ่งเคยพลิกไปสนับสนุนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งครั้งก่อน

สภาคองเกรสรองรับผลเลือกตั้ง

วันที่ 6 มกราคม 2025 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อนับและรับรองคะแนน Electoral College อย่างเป็นทางการ

Kamala Harris ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เป็นผู้ทำหน้าที่ประธานในกระบวนการรับรองผล และประกาศชัยชนะของคู่แข่งตามหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

กระบวนการดังกล่าวดำเนินไปอย่างสงบ และไม่มีการยื่นคัดค้านผล Electoral College ระหว่างการประชุม

สรุปข่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 เหนือกมลา แฮร์ริส ด้วยคะแนน Electoral College 312 ต่อ 226 และยังได้รับคะแนน Popular Vote สูงกว่า ทำให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ อีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม 2025 หลังจากเคยเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 มาก่อน นับเป็นการกลับมาดำรงตำแหน่งสองสมัยแบบไม่ต่อเนื่องครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความกังวลของประชาชนต่อประเด็นเศรษฐกิจและทิศทางของประเทศ

Trump ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 เตรียมกลับสู่ทำเนียบขาว

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 จบลงด้วยชัยชนะของ Donald Trump ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เหนือ Kamala Harris ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

ผลอย่างเป็นทางการจาก Electoral College ระบุว่า Trump ได้รับคะแนน 312 เสียง ขณะที่ Harris ได้ 226 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียง โดยผู้สมัครต้องมีอย่างน้อย 270 เสียงเพื่อคว้าชัยชนะ

Trump กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

ชัยชนะในปี 2024 ทำให้ Donald Trump กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง หลังจากเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างปี 2017–2021

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ Trump จับคู่กับ JD Vance ในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ขณะที่ Kamala Harris ลงแข่งขันร่วมกับ Tim Walz

Trump สามารถคว้าชัยชนะในรัฐสมรภูมิสำคัญหลายแห่ง และท้ายที่สุดกวาดชัยในรัฐสมรภูมิหลักทั้ง 7 รัฐ รวมถึง Pennsylvania, Michigan, Wisconsin, Arizona, Georgia, Nevada และ North Carolina

Electoral College 312 ต่อ 226

ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ไม่ได้ตัดสินจากคะแนนเสียงประชาชนทั่วประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ระบบ Electoral College

แต่ละรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งแตกต่างกันตามจำนวนตัวแทนในสภาคองเกรส

ผลสุดท้ายของการเลือกตั้งปี 2024 คือ

Donald Trump — 312 Electoral Votes

Kamala Harris — 226 Electoral Votes

ทำให้ Trump ผ่านเกณฑ์ 270 เสียงไปอย่างชัดเจน

Trump ยังชนะ Popular Vote

หนึ่งในความแตกต่างสำคัญจากการเลือกตั้งปี 2016 คือครั้งนี้ Trump ไม่ได้ชนะเฉพาะ Electoral College เท่านั้น แต่ยังได้รับคะแนน Popular Vote มากกว่า Harris ด้วย

มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า 153 ล้านคน และ Trump สามารถสร้างฐานเสียงเพิ่มเติมจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิสม่ำเสมอ รวมถึงทำผลงานได้ดีขึ้นในหลายรัฐเมื่อเทียบกับปี 2020

ชัยชนะครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการกลับมาทางการเมืองครั้งสำคัญของ Trump

รัฐสมรภูมิคือกุญแจสำคัญ

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รัฐที่มีการแข่งขันสูสี หรือที่เรียกว่า Swing States มักเป็นพื้นที่สำคัญที่ตัดสินผลการเลือกตั้ง

ในปี 2024 Trump สามารถเอาชนะในรัฐสำคัญหลายแห่งที่ Joe Biden เคยชนะในการเลือกตั้งปี 2020

โดยเฉพาะ Pennsylvania, Michigan และ Wisconsin ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่มักถูกเรียกว่า “Blue Wall”

นอกจากนี้ Trump ยังสามารถกลับมาชนะ Arizona และ Georgia ซึ่งเคยพลิกไปสนับสนุนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งครั้งก่อน

สภาคองเกรสรองรับผลเลือกตั้ง

วันที่ 6 มกราคม 2025 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อนับและรับรองคะแนน Electoral College อย่างเป็นทางการ

Kamala Harris ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เป็นผู้ทำหน้าที่ประธานในกระบวนการรับรองผล และประกาศชัยชนะของคู่แข่งตามหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

กระบวนการดังกล่าวดำเนินไปอย่างสงบ และไม่มีการยื่นคัดค้านผล Electoral College ระหว่างการประชุม

การกลับมาที่ไม่ธรรมดาของ Donald Trump

ชัยชนะในปี 2024 ทำให้ Trump กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่ง สองสมัยแบบไม่ต่อเนื่องกัน

เขากลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม 2025 ในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา หลังเคยเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 มาก่อน

ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงผลการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในการกลับมาทางการเมืองที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ สมัยใหม่

เลือกตั้ง 2024 กับทิศทางใหม่ของสหรัฐฯ

ผลการเลือกตั้งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของฐานเสียงในหลายพื้นที่ รวมถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ การเข้าเมือง และทิศทางของประเทศ

การกลับมาของ Donald Trump จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งยุคทางการเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่จะมีผลไม่เพียงต่อชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกอีกด้วย

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : - ทดสอบระบบ