สหรัฐฯ ปลด “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” ทูตประจำกรีซ เซ่นปมเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้จ่ายหนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ปลด “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” ทูตประจำกรีซ เซ่นปมเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้จ่ายหนี้

ทำเนียบขาวปลด “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” ทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ เซ่นปมเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้จ่ายหนี้ให้เธอ


ทำเนียบขาวสั่งให้ “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข้อกล่าวหาประพฤติมิชอบและเรียกรับผลประโยชน์ นับเป็นการตกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันของบุคคลสำคัญในขบวนการ MAGA ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “ผมไม่ชอบสิ่งที่ผมได้อ่าน” ก่อนที่กิลฟอยล์จะยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งกิลฟอยล์ เป็นอดีตคู่หมั้นของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของประธานาธิบดีทรัมป์



การปลดกิลฟอยล์เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ก่อนที่วุฒิสภาจะรับรองการแต่งตั้งเธอเป็นเอกอัครราชทูต เธอถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์

สรุปข่าว

ทำเนียบขาวกดดันให้ “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ ลาออก หลังเผชิญข้อกล่าวหาเรียกรับเงินและประพฤติมิชอบ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่พอใจกับรายงานที่ได้รับ ข้อกล่าวหาสำคัญระบุว่าเธอเคยขอเงิน 100,000 ดอลลาร์จากผู้สนับสนุนทรัมป์ แลกกับการเข้าถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล ขณะที่เธอปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นค่าจ้างที่ค้างชำระ สำนักงานผู้ตรวจการทั่วไปกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังสอบสวน ขณะที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้สภาคองเกรสตรวจสอบ แม้กิลฟอยล์จะพ้นตำแหน่งแล้ว

ทำเนียบขาวปลด “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” ทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ เซ่นปมเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้จ่ายหนี้ให้เธอ


ทำเนียบขาวสั่งให้ “คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข้อกล่าวหาประพฤติมิชอบและเรียกรับผลประโยชน์ นับเป็นการตกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันของบุคคลสำคัญในขบวนการ MAGA ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “ผมไม่ชอบสิ่งที่ผมได้อ่าน” ก่อนที่กิลฟอยล์จะยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งกิลฟอยล์ เป็นอดีตคู่หมั้นของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของประธานาธิบดีทรัมป์



การปลดกิลฟอยล์เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ก่อนที่วุฒิสภาจะรับรองการแต่งตั้งเธอเป็นเอกอัครราชทูต เธอถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่า ระหว่างดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต เธอรับของขวัญราคาแพง และนำล็อบบี้ยิสต์ของบริษัทก่อสร้างกรีซเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการ



อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความของกิลฟอยล์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน และชี้แจงว่า รายงานเกี่ยวกับการเดินทางของเธอทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมยืนยันว่า เธอปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับการรับของขวัญและการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน


แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์หลายคนเริ่มแสดงความไม่สบายใจต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น แต่กิลฟอยล์ยังคงไม่ต้องการลาออก และพยายามรวบรวมแรงสนับสนุนจากบุคคลภายในรัฐบาลตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา



แม้กระทั่งก่อนที่ข้อกล่าวหาจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ เธอก็เริ่มติดต่อพันธมิตรทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกรัฐบาล เพื่อขอความช่วยเหลือในการรับมือกับรายงานข่าวที่กำลังจะถูกเปิดเผย


หนึ่งในข้อกล่าวหาสำคัญมาจาก เอริก ดีเทอร์ส อดีตผู้บริจาคเงินสนับสนุนทรัมป์ ซึ่งเปิดเผยว่า กิลฟอยล์เคยขอให้เขาโอนเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิต American Express ก่อนที่วุฒิสภาจะรับรองตำแหน่งเอกอัครราชทูต โดยเสนอว่าจะเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนเขาภายในรัฐบาลทรัมป์ หากยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม กิลฟอยล์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าเงินดังกล่าวเป็นเพียงค่าจ้างที่อีกฝ่ายค้างชำระจากงานกล่าวสุนทรพจน์และงานที่ปรึกษา ไม่ใช่การเรียกรับผลประโยชน์ทางการเมือง พร้อมประกาศว่าจะต่อสู้เพื่อปกป้องชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของตนเอง



รายงานระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ต้องการให้กิลฟอยล์พ้นจากตำแหน่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้สภาคองเกรสตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยย้ำว่า การลาออกไม่ได้หมายความว่าจะหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ



ขณะนี้สำนักงานผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังสอบสวนข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากระบวนการสอบสวนจะดำเนินต่อไปอย่างไรหลังจากเธอพ้นตำแหน่ง

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters