เกาหลีเหนือประณามสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ เตือนจะยกระดับการตอบโต้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เกาหลีเหนือประณามสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ เตือนจะยกระดับการตอบโต้

เกาหลีเหนือ ประณามการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เตือนจะยกระดับการตอบโต้


สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานโดยอ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีออกมาในวันนี้  (14 สิงหาคม) ว่า เกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยระบุว่าเป็นการยั่วยุที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา


โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ระบุด้วยว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ การเป็นพันธมิตรนิวเคลียร์ พร้อมเตือนว่า เกาหลีเหนือจะตอบโต้ระดับภัยคุกคามใหม่นี้ ด้วยมาตรการป้องกันและป้องปรามในระดับใหม่เช่นกัน

สรุปข่าว

เกาหลีเหนือประณามการซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ Ulchi Freedom Shield (UFS) วันที่ 17–27 ส.ค. ว่าเป็นการยั่วยุรุนแรงกว่าปีก่อน พร้อมกล่าวหาความร่วมมือสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้กำลังพัฒนาเป็น “พันธมิตรนิวเคลียร์” และขู่ว่าจะยกระดับมาตรการป้องปรามเพื่อตอบโต้

เกาหลีเหนือ ประณามการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เตือนจะยกระดับการตอบโต้


สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานโดยอ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีออกมาในวันนี้  (14 สิงหาคม) ว่า เกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยระบุว่าเป็นการยั่วยุที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา


โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ระบุด้วยว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ การเป็นพันธมิตรนิวเคลียร์ พร้อมเตือนว่า เกาหลีเหนือจะตอบโต้ระดับภัยคุกคามใหม่นี้ ด้วยมาตรการป้องกันและป้องปรามในระดับใหม่เช่นกัน

ทั้งนี้ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ มีกำหนดจัดการซ้อมรบร่วมประจำปีภายใต้รหัส  โล่แห่งเสรีภาพอึลจี    (Ulchi Freedom Shield - UFS) ระหว่างวันที่ 17–27 ส.ค. โดยจะครอบคลุมการฝึกในการรับมือโดรน การรบกวนสัญญาณจีพีเอส และการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับศักยภาพทางทหารของเกาหลีเหนือที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี โดยปกติแล้ว เกาหลีเหนือมักออกมาประณามการซ้อมรบร่วมดังกล่าวอยู่เป็นประจำ โดยมองว่าเป็นการยั่วยุที่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters