ทรัมป์เผยยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออต

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์เผยยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออต

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอให้ยูเครนได้รับสิทธิ์ในการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น “แพทริออต” ภายใต้ใบอนุญาต (licence) ซึ่งอาจช่วยให้ยูเครนสามารถรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียได้ดีขึ้น โดยทรัมป์กล่าวเรื่องนี้กับประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการาเมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม)

ทรัมป์ยังหล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะให้ใบอนุญาตแก่ยูเครนในการผลิตระบบแพทริออต เพราะเขาคิดว่ายูเครนจะสามารถผลิตได้อย่างรวดเร็ว เมื่ออธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้ ขณะเดียวกันทรัมป์ยอมรับว่า เขายังไม่ได้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวให้กับบริษัทผู้ผลิตอาวุธอย่าง Lockheed Martin และ Raytheon ให้ทราบแต่เชื่อว่า "ทุกอย่างจะจัดการได้"

สำหรับระบบขีปนาวุธแพทริออตป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ใช้ตรวจจับและสกัดกั้นขีปนาวุธ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในระบบที่มีราคาแพงที่สุด โดยแบตเตอรีหนึ่งชุดพร้อมขีปนาวุธมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ แพทริออตยังใช้เวลาผลิตค่อนข้างนาน โดยข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันสามารถผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นได้เพียงประมาณ 600 ลูกต่อปี

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เองก็ไม่ต้องการส่งมอบระบบขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มมากนัก เนื่องจากข้อมูลจากสถาบันวิจัย Center for Strategic and International Studies (CSIS) ระบุว่า สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของคลังสำรองระหว่างการทำสงครามกับอิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ มีระบบแพทริออต แต่ก็มีไม่มากนักและสหรัฐฯ เองก็จำเป็นต้องใช้มันเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก ยูเครนที่กำลังต้องการระบบดังกล่าวอย่างเร่งด่วนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เผชิญการโจมตีจากกองทัพรัสเซียที่เพิ่มความถี่มากขึ้นโดยเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเคียฟ ซึ่งเพียงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน 

โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อสหรัฐฯ เพื่อขออนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออตภายใต้ระบบใบอนุญาตแล้ว เพราะสิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำคัญคือ ขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missiles) ซึ่งเซเลนสกีเรียกว่าเป็น "ความได้เปรียบสำคัญประการสุดท้ายของรัสเซีย" เนื่องจากขีปนาวุธชนิดนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงและพุ่งลงในมุมชัน ทำให้สกัดกั้นได้ยาก และหลายลูกสามารถทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนที่กำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นได้

ทั้งนี้ หลังสงครามดำเนินมานานกว่า 4 ปีครึ่ง สถานการณ์การสู้รบตามแนวหน้าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน การสู้รบในทะเลดำแทบไม่มีความเคลื่อนไหว และยูเครนก็สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับโดรนหลายร้อยลำที่รัสเซียส่งเข้าโจมตีแทบทุกคืนได้มากขึ้น

สรุปข่าว

ทรัมป์เผยยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตระบบขีปนาวุธ “แพทริออต” รับมือขีปนาวุธรัสเซีย ระหว่างทรัมป์เซเลนสกีหารือนอกรอบที่ประชุมนาโตในตุรกี

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอให้ยูเครนได้รับสิทธิ์ในการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น “แพทริออต” ภายใต้ใบอนุญาต (licence) ซึ่งอาจช่วยให้ยูเครนสามารถรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียได้ดีขึ้น โดยทรัมป์กล่าวเรื่องนี้กับประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการาเมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม)

ทรัมป์ยังหล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะให้ใบอนุญาตแก่ยูเครนในการผลิตระบบแพทริออต เพราะเขาคิดว่ายูเครนจะสามารถผลิตได้อย่างรวดเร็ว เมื่ออธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้ ขณะเดียวกันทรัมป์ยอมรับว่า เขายังไม่ได้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวให้กับบริษัทผู้ผลิตอาวุธอย่าง Lockheed Martin และ Raytheon ให้ทราบแต่เชื่อว่า "ทุกอย่างจะจัดการได้"

สำหรับระบบขีปนาวุธแพทริออตป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ใช้ตรวจจับและสกัดกั้นขีปนาวุธ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในระบบที่มีราคาแพงที่สุด โดยแบตเตอรีหนึ่งชุดพร้อมขีปนาวุธมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ แพทริออตยังใช้เวลาผลิตค่อนข้างนาน โดยข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันสามารถผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นได้เพียงประมาณ 600 ลูกต่อปี

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เองก็ไม่ต้องการส่งมอบระบบขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มมากนัก เนื่องจากข้อมูลจากสถาบันวิจัย Center for Strategic and International Studies (CSIS) ระบุว่า สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของคลังสำรองระหว่างการทำสงครามกับอิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ มีระบบแพทริออต แต่ก็มีไม่มากนักและสหรัฐฯ เองก็จำเป็นต้องใช้มันเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก ยูเครนที่กำลังต้องการระบบดังกล่าวอย่างเร่งด่วนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เผชิญการโจมตีจากกองทัพรัสเซียที่เพิ่มความถี่มากขึ้นโดยเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเคียฟ ซึ่งเพียงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน 

โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อสหรัฐฯ เพื่อขออนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออตภายใต้ระบบใบอนุญาตแล้ว เพราะสิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำคัญคือ ขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missiles) ซึ่งเซเลนสกีเรียกว่าเป็น "ความได้เปรียบสำคัญประการสุดท้ายของรัสเซีย" เนื่องจากขีปนาวุธชนิดนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงและพุ่งลงในมุมชัน ทำให้สกัดกั้นได้ยาก และหลายลูกสามารถทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนที่กำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นได้

ทั้งนี้ หลังสงครามดำเนินมานานกว่า 4 ปีครึ่ง สถานการณ์การสู้รบตามแนวหน้าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน การสู้รบในทะเลดำแทบไม่มีความเคลื่อนไหว และยูเครนก็สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับโดรนหลายร้อยลำที่รัสเซียส่งเข้าโจมตีแทบทุกคืนได้มากขึ้น

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Reuters