เซเลนสกีจ่อคุยสหรัฐฯ ในที่ประชุมนาโตที่ตุรกีย้ำความเร่งด่วนระบบป้องกันภัย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เซเลนสกีจ่อคุยสหรัฐฯ ในที่ประชุมนาโตที่ตุรกีย้ำความเร่งด่วนระบบป้องกันภัย

ประเด็นสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน เป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่กำลังเกิดขึ้นที่ตุรกี โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่ได้เดินทางร่วมการประชุมดังกล่าว จะหารืออย่างเป็นส่วนตัวกับทางฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (8 กรกฎาคม) เพื่อย้ำถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนที่ยูเครนต้องได้รับระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ทรัมป์เผยระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำนาโตที่ตุรกีว่าเขาได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียและประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โดยหวังว่าสงครามในยูเครนจะยุติลง ทรัมป์กล่าวด้วยว่าสำหรับปูติน เขาได้มีการพูดอย่างดีมาก และหลังจากนั้นก็ได้คุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกี คิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องการบรรลุข้อตกลง และหวังว่าเราจะสามารถยุติเรื่องนี้ได้ในเร็ว ๆ นี้

ส่วนประเด็กเรื่องอิหร่านเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำนาโตครั้งนี้ หากไม่ได้จัดขึ้นโดยเพื่อนของเขา คือประธานาธิบดีแอร์โดอัน พร้อมทั้งวิจารณ์ประเทศพันธมิตรนาโตว่าไม่เต็มใจสนับสนุนสหรัฐฯ ในความขัดแย้งกับอิหร่าน

ทรัมป์เผยว่า "สหรัฐฯ ไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เพราะเราดำเนินการในอิหร่าน เราไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใครด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่เราจะร้องขอ พวกเขาก็บอกแล้วว่าจะไม่เข้าร่วม" โดยที่ทรัมป์ระบุชื่อ อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี ว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้การสนับสนุน พร้อมกล่าวว่า "ทำไมเราต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเราต้องการ พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา ทั้งที่เราคอยช่วยเหลือพวกเขามาโดยตลอด"

ขณะที่ ประเทศยุโรประบุว่า ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการหารือกับพันธมิตรยุโรปล่วงหน้า แต่พร้อมช่วยดูแลความปลอดภัยของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังความขัดแย้งยุติลง โดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังผลักดันการจัดตั้งกองกำลังทางทะเลร่วมกับหลายประเทศ เพื่อคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม นักการทูตมองว่าความคิดริเริ่มดังกล่าวมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อย เนื่องจากอิหร่านไม่เห็นด้วย



สรุปข่าว

“เซเลนสกี” เตรียมหารืออย่างเป็นส่วนตัวกับทรัมป์ในที่ประชุมนาโตที่ตุรกีเพื่อย้ำความเร่งด่วนเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อรับมือรัสเซีย

ประเด็นสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน เป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่กำลังเกิดขึ้นที่ตุรกี โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่ได้เดินทางร่วมการประชุมดังกล่าว จะหารืออย่างเป็นส่วนตัวกับทางฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (8 กรกฎาคม) เพื่อย้ำถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนที่ยูเครนต้องได้รับระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ทรัมป์เผยระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำนาโตที่ตุรกีว่าเขาได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียและประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โดยหวังว่าสงครามในยูเครนจะยุติลง ทรัมป์กล่าวด้วยว่าสำหรับปูติน เขาได้มีการพูดอย่างดีมาก และหลังจากนั้นก็ได้คุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกี คิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องการบรรลุข้อตกลง และหวังว่าเราจะสามารถยุติเรื่องนี้ได้ในเร็ว ๆ นี้

ส่วนประเด็กเรื่องอิหร่านเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำนาโตครั้งนี้ หากไม่ได้จัดขึ้นโดยเพื่อนของเขา คือประธานาธิบดีแอร์โดอัน พร้อมทั้งวิจารณ์ประเทศพันธมิตรนาโตว่าไม่เต็มใจสนับสนุนสหรัฐฯ ในความขัดแย้งกับอิหร่าน

ทรัมป์เผยว่า "สหรัฐฯ ไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เพราะเราดำเนินการในอิหร่าน เราไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใครด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่เราจะร้องขอ พวกเขาก็บอกแล้วว่าจะไม่เข้าร่วม" โดยที่ทรัมป์ระบุชื่อ อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี ว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้การสนับสนุน พร้อมกล่าวว่า "ทำไมเราต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเราต้องการ พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา ทั้งที่เราคอยช่วยเหลือพวกเขามาโดยตลอด"

ขณะที่ ประเทศยุโรประบุว่า ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการหารือกับพันธมิตรยุโรปล่วงหน้า แต่พร้อมช่วยดูแลความปลอดภัยของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังความขัดแย้งยุติลง โดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังผลักดันการจัดตั้งกองกำลังทางทะเลร่วมกับหลายประเทศ เพื่อคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม นักการทูตมองว่าความคิดริเริ่มดังกล่าวมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อย เนื่องจากอิหร่านไม่เห็นด้วย



ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters