แผ่นดินไหวซ้ำเติม "เวเนซุเอลา" ที่เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ-พลังงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
แผ่นดินไหวซ้ำเติม "เวเนซุเอลา" ที่เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ-พลังงาน

เวเนซุเอลาเจอแผ่นดินไหวซ้ำเติมเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขที่พังทลายอยู่แล้ว คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลืออย่างมากต่อจากนี้


เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเริ่มพังทลายตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน โรงพยาบาลว่างเปล่า ไฟฟ้าดับทั่วทุกหนแห่ง และแม้แต่สินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานก็ยังไม่มีขาย ส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศอื่น ขณะที่รัฐบาลก็ปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงด้วยความหวังที่จะเห็นประเทศชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง


ต่อมาก็มีการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ การยึดน้ำมันบางส่วน และการแทรกแซงจากทรัมป์ มีการจับกุมผู้นำเผด็จการของเวเนซุเอลา และประกาศว่าสหรัฐฯ จะปกครองประเทศ ทำให้เวเนซุเอลากลายเป็นเหมือนรัฐที่อยู่ในบริวารของสหรัฐฯ อย่างแท้จริง


หลังจากวิกฤตซ้อนวิกฤตที่เวเนซุเอลาต้องเผชิญ ปีนี้เหมือนจะเริ่มฟื้นฟูประเทศได้ด้วยการค้าน้ำมัน แต่แล้วแผ่นดินไหวถึงสองครั้ง และอาฟเตอร์ช็อกอีก 300 ครั้ง ก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายอยู่แล้ว ให้เลวร้ายลงไปอีก


รัฐบาลเวเนซุเอลาที่ขาดแคลนเงินสดอยู่แล้ว กำลังดิ้นรนเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อค่อย ๆ ลดเหลือ 10% ล่าสุดต้องรับมือกับแผ่นดินไหว ภัยพิบัติครั้งใหญ่ของประเทศ ต้องค้นหาและดูแลผู้รอดชีวิตที่ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก และการฟื้นฟูสาธารณูปโภคพื้นฐานอีก เหมือนสร้างประเทศใหม่ โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความพร้อมเลย


ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเห็นวิกฤตนี้เป็นโอกาส ในการเข้ามาควบคุมเวเนซุเอลาอย่างเบ็ดเสร็จ หลังจากที่เขาเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา


นอกจากนี้เขายังได้พรรณนาถึงการเปลี่ยนแปลงของเวเนซุเอลาไปสู่รัฐบริวารที่ร่ำรวยทรัพยากรภายใต้การนำของเดลซี โรดริเกซ ผู้สืบทอดตำแหน่งของมาดูโรที่สหรัฐฯ เลือกเอง ว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว กระทั่งก่อนเกิดแผ่นดินไหว ประชาชนก็ไม่ค่อยพอใจในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้แล้ว

สรุปข่าว

เวเนซุเอลาเผชิญวิกฤตหนักหลังแผ่นดินไหวซ้ำเติมเศรษฐกิจและระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ ขณะที่สหรัฐฯ เสนอความช่วยเหลือและคาดว่าจะมีบทบาทมากขึ้นในการฟื้นฟูประเทศ แม้ความเสียหายและแรงกดดันต่อรัฐบาลยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เวเนซุเอลาเจอแผ่นดินไหวซ้ำเติมเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขที่พังทลายอยู่แล้ว คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลืออย่างมากต่อจากนี้


เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเริ่มพังทลายตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน โรงพยาบาลว่างเปล่า ไฟฟ้าดับทั่วทุกหนแห่ง และแม้แต่สินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานก็ยังไม่มีขาย ส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศอื่น ขณะที่รัฐบาลก็ปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงด้วยความหวังที่จะเห็นประเทศชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง


ต่อมาก็มีการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ การยึดน้ำมันบางส่วน และการแทรกแซงจากทรัมป์ มีการจับกุมผู้นำเผด็จการของเวเนซุเอลา และประกาศว่าสหรัฐฯ จะปกครองประเทศ ทำให้เวเนซุเอลากลายเป็นเหมือนรัฐที่อยู่ในบริวารของสหรัฐฯ อย่างแท้จริง


หลังจากวิกฤตซ้อนวิกฤตที่เวเนซุเอลาต้องเผชิญ ปีนี้เหมือนจะเริ่มฟื้นฟูประเทศได้ด้วยการค้าน้ำมัน แต่แล้วแผ่นดินไหวถึงสองครั้ง และอาฟเตอร์ช็อกอีก 300 ครั้ง ก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายอยู่แล้ว ให้เลวร้ายลงไปอีก


รัฐบาลเวเนซุเอลาที่ขาดแคลนเงินสดอยู่แล้ว กำลังดิ้นรนเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อค่อย ๆ ลดเหลือ 10% ล่าสุดต้องรับมือกับแผ่นดินไหว ภัยพิบัติครั้งใหญ่ของประเทศ ต้องค้นหาและดูแลผู้รอดชีวิตที่ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก และการฟื้นฟูสาธารณูปโภคพื้นฐานอีก เหมือนสร้างประเทศใหม่ โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความพร้อมเลย


ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเห็นวิกฤตนี้เป็นโอกาส ในการเข้ามาควบคุมเวเนซุเอลาอย่างเบ็ดเสร็จ หลังจากที่เขาเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา


นอกจากนี้เขายังได้พรรณนาถึงการเปลี่ยนแปลงของเวเนซุเอลาไปสู่รัฐบริวารที่ร่ำรวยทรัพยากรภายใต้การนำของเดลซี โรดริเกซ ผู้สืบทอดตำแหน่งของมาดูโรที่สหรัฐฯ เลือกเอง ว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว กระทั่งก่อนเกิดแผ่นดินไหว ประชาชนก็ไม่ค่อยพอใจในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้แล้ว


ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐอเมริกา “พร้อม เต็มใจ และสามารถช่วยเหลือ” ประเทศเวเนซุเอลาหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่ชาวเวเนซุเอลากำลังวิพากษ์วิจารณ์การรับมือกับภัยพิบัติของรัฐบาล ประชาชนมองว่า ผู้นำการช่วยเหลือครั้งนี้ก็แทบจะเป็นประชาชนเอง สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของเดลซี โรดริเกซ และผู้สนับสนุนอย่างรัฐบาลสหรัฐฯ


ขณะที่ชาวเวเนซุเอลากำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังเอง ความตกใจจากแผ่นดินไหวก็รุนแรงมาก จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการใกล้ถึง 1,000 คนแล้ว และแน่นอนว่าจะเพิ่มขึ้นอีก อาคารประมาณ 1,400 หลังได้รับความเสียหาย รวมถึงโรงพยาบาล 13 แห่ง


นอกจากนี้ ยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 300 ครั้ง ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องนอนกลางแจ้งเพื่อความปลอดภัย และจากการประเมินของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจมีตั้งแต่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (333,779 ล้านบาท) ไปจนถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3.3 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว


ซึ่ง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจคิดเป็น 10% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจประจำปีทั้งหมดของเวเนซุเอลา


หากความเสียหายสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นคือจำนวนเงิน ที่ทรัมป์เคยบอกว่า บริษัทน้ำมันระหว่างประเทศของเวเนซุเอลาจำเป็นต้องใช้ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาในระยะเวลาหลายปี


ความเสียหายล่าสุด ทางหลวงหลายสายได้รับความเสียหายหลังจากเกิดแผ่นดินไหว ไฟฟ้า ประปาก็ใช้ไม่ได้ ทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ เป็นไปได้ยากขึ้น แม้แต่สนามบินนานาชาติใกล้กรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศก็ปิดทำการหลังจากได้รับความเสียหาย ทำให้การเดินทาง การค้า และโลจิสติกส์อื่น ๆ เป็นอัมพาต

ผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวต้องหยุดทำงานและกำลังดูแลตัวเอง หรือร่วมกันค้นหาผู้รอดชีวิต


จนถึงขณะนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้เสนอความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวแก่เวเนซุเอลาเพียง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (5,006 ล้านบาท) โดยส่งผ่านกลุ่มองค์กรช่วยเหลือและองค์การสหประชาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนน้อยมาก หากเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่ประเมิน


ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้รัฐบาลเวเนซุเอลาทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาภัยพิบัติแผ่นดินไหว


การยกเว้นนี้มีผลจนถึงวันที่ 23 ตุลาคม และเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ก็อ้างว่า กำลังพยายามฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าที่จะควบคุมที่เวเนซุเอลายังคงมีผลบังคับใช้อยู่

ที่มาข้อมูล : Newyorktimes

ที่มารูปภาพ : Reuters