
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเกาะคิวชู ญี่ปุ่นวิปโยคแผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าคุมาโมโตะ เสียหายหนัก เตือนอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง
เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.8–7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นบริเวณจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เกิดจากการเคลื่อนตัวแบบเลื่อนตามแนวราบ (Strike-slip) ของรอยเลื่อนฮินากุ (Hinagu Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลังในพื้นที่ โดยบริเวณดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ระบบมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์และแผ่นยูเรเซีย อันเป็นส่วนหนึ่งของแนว "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดของโลก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง คือศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีความลึกเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร จัดเป็นแผ่นดินไหวตื้น (Shallow Earthquake) ส่งผลให้พลังงานจากแรงสั่นสะเทือนส่งถึงพื้นผิวโลกโดยตรง จึงก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในพื้นที่ประสบภัย
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเกาะคิวชู ญี่ปุ่นวิปโยคแผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าคุมาโมโตะ เสียหายหนัก เตือนอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง
เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.8–7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นบริเวณจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เกิดจากการเคลื่อนตัวแบบเลื่อนตามแนวราบ (Strike-slip) ของรอยเลื่อนฮินากุ (Hinagu Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลังในพื้นที่ โดยบริเวณดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ระบบมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์และแผ่นยูเรเซีย อันเป็นส่วนหนึ่งของแนว "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดของโลก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง คือศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีความลึกเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร จัดเป็นแผ่นดินไหวตื้น (Shallow Earthquake) ส่งผลให้พลังงานจากแรงสั่นสะเทือนส่งถึงพื้นผิวโลกโดยตรง จึงก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในพื้นที่ประสบภัย
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดคุมาโมโตะตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึงระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรวัดความรุนแรงของญี่ปุ่น ส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ถนนหลายสายแตกร้าวและทรุดตัว ขณะที่กำแพงหินของปราสาทคุมาโมโตะได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นอกจากความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนโดยตรงแล้ว ยังเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อนในหลายพื้นที่ มีรายงานก๊าซรั่วและเกิดการระเบิดภายในห้างสรรพสินค้า Aeon Mall ในเมืองคาชิมะ จนทำให้ชั้นสองของอาคารพังถล่มลงมา ขณะที่ปล่องไฟของโรงงานกระดาษขนาดใหญ่ก็หักโค่นจากแรงสั่นสะเทือน
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงจากคลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ประสบภัย โดยอุณหภูมิสูงกว่า 32–34 องศาเซลเซียส ท่ามกลางภาวะไฟฟ้าดับและระบบประปาขัดข้อง ส่งผลให้การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฮีทสโตรกทั้งในประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้หลายฝ่ายนึกถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คุมาโมโตะเมื่อปี 2016 ซึ่งเริ่มต้นจากแผ่นดินไหวนำ (Foreshock) ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวหลัก (Mainshock) ที่รุนแรงกว่าในอีกสองวันต่อมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นซ้ำได้
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังแผ่นดินไหวตาม (Aftershocks) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วง 2–3 วันแรก ไปจนถึงภายใน 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ ซึ่งยังมีโอกาสเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดรุนแรงได้อีก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตือนว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มเพิ่มขึ้น เนื่องจากโครงสร้างดินและฐานรากของอาคารหลายแห่งอ่อนตัวลงจากแรงสั่นสะเทือน หากมีฝนตกหนักหรือเกิดแผ่นดินไหวตามแม้เพียงขนาดเล็ก ก็อาจกระตุ้นให้เกิดดินสไลด์หรืออาคารพังถล่มเพิ่มเติมได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อาคารหรือพื้นที่ลาดชันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว
- โลกร้อนเร่งแผ่นดินไหวเอเชีย เตือนไทยห้ามประมาท!
- “ญี่ปุ่น” เฝ้าระวังแผ่นดินไหวซ้ำ หลังเจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 100 ครั้ง ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ราย
- "ห้างอิออนถล่ม" ธุรกิจคิวชูชะงัก แผ่นดินไหว เขย่าคุมาโมโตะ
- พบผู้เสียชีวิต 13 ราย จากตึกถล่มหลังแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ
- ห้างอิออนที่คุมาโมโตะ เกิดระเบิด หลังแผ่นดินไหว ประชาชนติดอยู่ภายในหลายคน
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Reuters
