รัสเซียปฏิเสธไม่ได้โจมตีอารามเก่าพันปียูเครน แต่เสียหายเพราะขีปนาวุธ “แพทริออต”

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัสเซียปฏิเสธไม่ได้โจมตีอารามเก่าพันปียูเครน แต่เสียหายเพราะขีปนาวุธ “แพทริออต”

ทางการรัสเซียเปิดเผยเมื่อวานนี้ (15 มิถุนายน) ว่ากองทัพรัสเซีย “ไม่ได้โจมตี” อารามเปเชอร์สก์ ลาฟรา (Pechersk Lavra) มรดกโลกโดยยูเนสโกที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปีซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยรัสเซียระบุว่าเป็นเพราะขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” ที่ยูเครนนำมาใช้เองที่เป็นฝ่ายสร้างความเสียหายให้กับสถานที่ทางศาสนาแห่งนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ขีปนาวุธแพทริออตซึ่งรัสเซียอ้างว่าเป็นสาเหตุของความเสียหายต่ออาราม อาจเกิดความขัดข้องระหว่างการทำงาน เนื่องจากประเทศฝั่งตะวันตกได้จัดส่งอาวุธที่หมดอายุการใช้งานให้แก่รัฐบาลของยูเครน โดยในแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองทัพสหพันธรัฐรัสเซียไม่ได้วางแผนหรือดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน แต่ทางฝั่งประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุยืนยันว่าอารามแห่งนี้ถูกโจมตีโดยโดรนของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม อารามดังกล่าว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1051 ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การโจมตีอารามแห่งนี้เปรียบเสมือนกับการทิ้งระเบิดใส่มหาน็อทร์-ดาม ในกรุงปารีส และจนถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 10 คนจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟของยูเครนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ได้มีการเปิดการเจรจาระยะแรกเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ EU อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของยูเครนในการผูกพันตนเองเข้ากับโครงสร้างทางการเมืองของโลกตะวันตก ขณะที่ยังคงต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรียูเครน ทาราส คัชกา กล่าวว่า การเริ่มต้นการเจรจาในลักเซมเบิร์ก ถือเป็น “ช่วงเวลาข้ามแม่น้ำรูบิคอน” (Rubicon Moment) ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ไม่สามารถย้อนกลับได้สำหรับชาวยูเครน ซึ่งเซเลนสกีได้กำหนดให้การเข้าเป็นสมาชิกอียู เป็นหนึ่งในเป้าหมายนโยบายต่างประเทศหลัก โดยมองว่าเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงในระยะยาวให้กับทั้งยูเครนและยุโรป ท่ามกลางภัยคุกคามจากรัสเซีย

สรุปข่าว

รัสเซียปฏิเสธไม่ได้โจมตีอารามเก่าแก่อายุเกือบ 1,000 ปี ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเครน ระบุความเสียหายเกิดจากขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตของยูเครนเอง

ทางการรัสเซียเปิดเผยเมื่อวานนี้ (15 มิถุนายน) ว่ากองทัพรัสเซีย “ไม่ได้โจมตี” อารามเปเชอร์สก์ ลาฟรา (Pechersk Lavra) มรดกโลกโดยยูเนสโกที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปีซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยรัสเซียระบุว่าเป็นเพราะขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” ที่ยูเครนนำมาใช้เองที่เป็นฝ่ายสร้างความเสียหายให้กับสถานที่ทางศาสนาแห่งนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ขีปนาวุธแพทริออตซึ่งรัสเซียอ้างว่าเป็นสาเหตุของความเสียหายต่ออาราม อาจเกิดความขัดข้องระหว่างการทำงาน เนื่องจากประเทศฝั่งตะวันตกได้จัดส่งอาวุธที่หมดอายุการใช้งานให้แก่รัฐบาลของยูเครน โดยในแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองทัพสหพันธรัฐรัสเซียไม่ได้วางแผนหรือดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน แต่ทางฝั่งประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุยืนยันว่าอารามแห่งนี้ถูกโจมตีโดยโดรนของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม อารามดังกล่าว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1051 ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การโจมตีอารามแห่งนี้เปรียบเสมือนกับการทิ้งระเบิดใส่มหาน็อทร์-ดาม ในกรุงปารีส และจนถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 10 คนจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟของยูเครนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ได้มีการเปิดการเจรจาระยะแรกเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ EU อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของยูเครนในการผูกพันตนเองเข้ากับโครงสร้างทางการเมืองของโลกตะวันตก ขณะที่ยังคงต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรียูเครน ทาราส คัชกา กล่าวว่า การเริ่มต้นการเจรจาในลักเซมเบิร์ก ถือเป็น “ช่วงเวลาข้ามแม่น้ำรูบิคอน” (Rubicon Moment) ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ไม่สามารถย้อนกลับได้สำหรับชาวยูเครน ซึ่งเซเลนสกีได้กำหนดให้การเข้าเป็นสมาชิกอียู เป็นหนึ่งในเป้าหมายนโยบายต่างประเทศหลัก โดยมองว่าเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงในระยะยาวให้กับทั้งยูเครนและยุโรป ท่ามกลางภัยคุกคามจากรัสเซีย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP