รัสเซียโจมตีอารามเก่าแก่อายุพันปีของยูเครน จนเพลิงไหม้เสียหายหนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัสเซียโจมตีอารามเก่าแก่อายุพันปีของยูเครน จนเพลิงไหม้เสียหายหนัก

เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (15 มิถุนายน) รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่ อารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา (Kyiv Pechersk Lavra) ในกรุงเคียฟของยูเครนซึ่งมีอายุกว่า 1,000 ปี จนเกิดเพลิงลุกไหม้และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 คน โดยอารามแห่งนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของยูเครน ก่อนที่ทางการยูเครนจะเรียกร้องให้ประชาชนรีบเข้าหลบภัยเพื่อความปลอดภัย

อารามนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1051 ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเคียฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก รอยเตอร์สรายงานว่าหลังการโจมตีอารามได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเนื่องจากตกเป็นเป้าการโจมตีโดยตรง 

ขณะที่ บิชอปประจำอารามดังกล่าว เผยกล่าวท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อารามด้านหลังว่า ขีปนาวุธของรัสเซียได้พุ่งโจมตีมหาวิหารอุสเปนสกี (Uspenskyi Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของอารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา ด้วย บิชอปท่านนี้ยังเรียกมหาวิหารที่ถูกโจมตีว่าคือ “อัญมณีแห่งโลกออร์โธดอกซ์” พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการและช่วยยับยั้งรัสเซียที่กำลังทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สำหรับ อารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา ยูเนสโกได้ระบุจุไว้ในบัญชี "มรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย" เนื่องจากความเสี่ยงจากการรุกรานของรัสเซีย นอกเหนือจากนี่จะเป็น “ผลงานชิ้นเอกแห่งศิลปะยูเครน”แล้วอารามแห่งนี้ยังประกอบด้วยเครือข่ายโบสถ์ทั้งบนดินและใต้ดินจำนวนมากซึ่งตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีการฝังพระธาตุและร่างนักบุญจำนวนมากไว้ภายในถ้ำของอารามแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายให้กับสายส่งไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนในกรุงเคียฟราว 140,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ นายกเทศมนตรีของกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่าน Telegram ว่า บ้านเรือนและรถยนต์หลายคันเกิดเพลิงไหม้หลังถูกซากโดรนที่ถูกยิงตกกระแทกใส่ด้วย 

นอกจากกรุงเคียฟแล้ว ที่เมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนก็ถูกโจมตีจากการทิ้งระเบิดของรัสเซียเช่นกัน ในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เผยว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความพยายามยุติสงครามที่รัสเซียเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 4 ปีก่อน เซเลนสกีได้โพสต์ข้อความบน X ว่า ชาวยูเครนทุกคนมีความปรารถนาเดียวต่อประธานาธิบดีทรัมป์ คือการได้เห็นสันติภาพเกิดขึ้นในที่สุด และบรรลุความสำเร็จนั้นร่วมกับสหรัฐฯ และพันธมิตรของเรา

สรุปข่าว

รัสเซียโจมตีอารามเก่าแก่อายุนับพันปีใจกลางเมืองหลวงยูเครนจนได้รับความเสียหายหนักเพราะตกเป็นเป้าโจมตีโดยตรง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 4 คน

เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (15 มิถุนายน) รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่ อารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา (Kyiv Pechersk Lavra) ในกรุงเคียฟของยูเครนซึ่งมีอายุกว่า 1,000 ปี จนเกิดเพลิงลุกไหม้และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 คน โดยอารามแห่งนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของยูเครน ก่อนที่ทางการยูเครนจะเรียกร้องให้ประชาชนรีบเข้าหลบภัยเพื่อความปลอดภัย

อารามนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1051 ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเคียฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก รอยเตอร์สรายงานว่าหลังการโจมตีอารามได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเนื่องจากตกเป็นเป้าการโจมตีโดยตรง 

ขณะที่ บิชอปประจำอารามดังกล่าว เผยกล่าวท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อารามด้านหลังว่า ขีปนาวุธของรัสเซียได้พุ่งโจมตีมหาวิหารอุสเปนสกี (Uspenskyi Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของอารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา ด้วย บิชอปท่านนี้ยังเรียกมหาวิหารที่ถูกโจมตีว่าคือ “อัญมณีแห่งโลกออร์โธดอกซ์” พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการและช่วยยับยั้งรัสเซียที่กำลังทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สำหรับ อารามเคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา ยูเนสโกได้ระบุจุไว้ในบัญชี "มรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย" เนื่องจากความเสี่ยงจากการรุกรานของรัสเซีย นอกเหนือจากนี่จะเป็น “ผลงานชิ้นเอกแห่งศิลปะยูเครน”แล้วอารามแห่งนี้ยังประกอบด้วยเครือข่ายโบสถ์ทั้งบนดินและใต้ดินจำนวนมากซึ่งตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีการฝังพระธาตุและร่างนักบุญจำนวนมากไว้ภายในถ้ำของอารามแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายให้กับสายส่งไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนในกรุงเคียฟราว 140,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ นายกเทศมนตรีของกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่าน Telegram ว่า บ้านเรือนและรถยนต์หลายคันเกิดเพลิงไหม้หลังถูกซากโดรนที่ถูกยิงตกกระแทกใส่ด้วย 

นอกจากกรุงเคียฟแล้ว ที่เมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนก็ถูกโจมตีจากการทิ้งระเบิดของรัสเซียเช่นกัน ในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เผยว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความพยายามยุติสงครามที่รัสเซียเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 4 ปีก่อน เซเลนสกีได้โพสต์ข้อความบน X ว่า ชาวยูเครนทุกคนมีความปรารถนาเดียวต่อประธานาธิบดีทรัมป์ คือการได้เห็นสันติภาพเกิดขึ้นในที่สุด และบรรลุความสำเร็จนั้นร่วมกับสหรัฐฯ และพันธมิตรของเรา

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP

แท็กบทความ

รัสเซียยูเครนโจมตี
อาราม
เสียหาย