ประชากรญี่ปุ่น หายไป 3 ล้านคน ในเวลาแค่ 5 ปี มากที่สุดตั้งแต่ที่เคยสำรวจมา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประชากรญี่ปุ่น หายไป 3 ล้านคน ในเวลาแค่ 5 ปี มากที่สุดตั้งแต่ที่เคยสำรวจมา

จากข้อมูลสำมะโนประชากรที่เผยแพร่ในวันนี้ (29 พฤษภาคม) แสดงให้เห็นว่า ประชากรของญี่ปุ่นลดลงถึง 2.5% หรือมากถึง 3 ล้านคน ในช่วงเวลา 5 ปี เหลือเพียง 123 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มการสำรวจตั้งแต่ปี 1920

มินารุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า ประชากรญี่ปุ่นกำลังลดลงอย่างรุนแรง โดยลดลงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการลดลงในช่วงปี 2015 ถึง 2020

นอกจากนี้ญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและมีประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น

สรุปข่าว

**สรุป 3 บรรทัด** * ข้อมูลสำมะโนประชากรล่าสุดของ ญี่ปุ่น ระบุว่าประชากรลดลง 3 ล้านคน หรือ 2.5% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เหลือ 123 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 1920 * ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดต่ำและสังคมสูงวัย โดยในปี 2025 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 705,809 คน ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน * แม้รัฐบาลจะออกมาตรการส่งเสริมการแต่งงานและการมีบุตรหลายรูปแบบ แต่ผลลัพธ์ยังจำกัด ขณะที่รัฐบาลของ Sanae Takaichi ยังคงใช้นโยบายเข้มงวดต่อการรับผู้อพยพเข้าประเทศ.

จากข้อมูลสำมะโนประชากรที่เผยแพร่ในวันนี้ (29 พฤษภาคม) แสดงให้เห็นว่า ประชากรของญี่ปุ่นลดลงถึง 2.5% หรือมากถึง 3 ล้านคน ในช่วงเวลา 5 ปี เหลือเพียง 123 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มการสำรวจตั้งแต่ปี 1920

มินารุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า ประชากรญี่ปุ่นกำลังลดลงอย่างรุนแรง โดยลดลงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการลดลงในช่วงปี 2015 ถึง 2020

นอกจากนี้ญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและมีประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น

แม้ว่าการนำผู้อพยพเข้าประเทศ จะดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนประชากร แต่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กลับผลักดันมาตรการที่เข้มงวดกับผู้อพยพมากขึ้น เพื่อต่อต้านการไหลเข้าของชาวต่างชาติ

ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า เด็กเกิดใหม่ในญี่ปุ่นลดลงเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันในปี 2025 โดยมีทารกเกิดทั้งหมด 705,809 คน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นได้พยายามกระตุ้นการแต่งงานและการมีบุตรด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การเปิดตัวแอปหาคู่ การเพิ่มเงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตร และการอุดหนุนการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร แต่ก็ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มาข้อมูล : CNA

ที่มารูปภาพ : Reuters