รัฐบาลรวยไม่ไหวแล้ว! "เกาหลีใต้" โกยเงินภาษีไม่หยุดจ่อทุบสถิติ 478.6 ล้านล้านวอน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ชิปพารวยของจริง! รัฐบาลเกาหลีใต้จ่อรีดภาษีทะลุ 478.6 ล้านล้านวอน รับอานิสงส์ AI บูม ส่งออกชิปพุ่ง 


AI บูมไม่ได้ทำเงินแค่บริษัทชิป! เกาหลีใต้คาดรายได้ภาษีปี 2569 พุ่งแตะ 478.6 ล้านล้านวอน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับแรงส่งจาก Samsung–SK Hynix ตลาดหุ้น การบริโภค และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ขณะที่รัฐบาลเตรียมทุ่มเงินต่อยอด AI–ชิป–Data Center เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่


ถ้าพูดถึงคำว่า “AI บูม” หลายคนอาจนึกถึงบริษัทเทคโนโลยี Data Center หรือหุ้นบริษัทชิปที่ราคาพุ่งขึ้น แต่วันนี้อยากจะบอกว่า ยังมีอีกคนหนึ่งที่กำลังได้ประโยชน์จาก AI แบบเต็ม ๆ เหมือนกัน นั่นก็คือ รัฐบาลเกาหลีใต้


มีรายงานว่า ล่าสุดเกาหลีใต้สามารถจัดเก็บภาษีได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2569 คาดว่ารายได้ภาษีของรัฐบาลจะพุ่งขึ้นไปถึง 478.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.54 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 104.7 ล้านล้านวอน


และที่สำคัญ ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนเกาหลีแห่ไปเสียภาษีมากขึ้นอย่างเดียว แต่พระเอกของเรื่องนี้ก็คือ “ชิป”


ชิปที่อยู่ใน AI ชิปที่อยู่ใน Data Center และชิปที่กำลังกลายเป็นของสำคัญของโลก กำลังเปลี่ยนจากกำไรของบริษัท ให้กลายเป็นเงินที่กำลังไหลเข้าสู่กระเป๋ารัฐบาลเกาหลีใต้


ชิปบูม ไม่ได้ทำเงินแค่ Samsung–SK Hynix แต่เงินไหลถึงรัฐบาล


ปีนี้คาดว่ารายได้จากภาษีของรัฐบาลเกาหลีใต้จะพุ่งไปถึง 478.6 ล้านล้านวอน จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจเกาหลี เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งจัดเก็บได้ประมาณ 373.9 ล้านล้านวอน


เมื่อบวกลบกันแล้ว เท่ากับว่าภาษีเพิ่มขึ้นถึง 104.7 ล้านล้านวอน และจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย


เรื่องนี้ต้องเล่าให้เข้าใจว่า หากเป็นสมัยก่อน เราอาจฟังข่าวแล้วคิดเพียงว่า เกาหลีใต้ส่งออกชิป ขายชิปได้เยอะ ทำให้บริษัทอย่าง Samsung หรือ SK Hynix กำไรดี แต่รอบนี้ผลดีชัดเจนว่าไปไกลถึงระดับรัฐบาลและประเทศชาติ


เพราะเมื่อบริษัททำกำไรเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคลก็เพิ่ม เมื่อพนักงานได้โบนัสมากขึ้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็เพิ่ม ตลาดหุ้นคึกคัก ภาษีธุรกรรมหลักทรัพย์ก็เพิ่ม และเมื่อเศรษฐกิจฟื้น การบริโภคและการนำเข้าเพิ่มขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้แรงหนุนตามไปด้วย


ดังนั้น ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “Samsung ขายชิปดี” แต่กลายเป็นเรื่องของ รายได้ประเทศทั้งระบบ


ทำไม AI บูมแล้วเกาหลีใต้ได้เต็ม ๆ?


คำตอบสั้น ๆ คือ AI กับชิปเป็นของคู่กัน


ทุกครั้งที่เราใช้ AI ไม่ว่าจะถาม ChatGPT สร้างภาพ สร้างวิดีโอ วิเคราะห์ข้อมูล หรือบริษัทต่าง ๆ สร้าง Data Center ขนาดใหญ่ เบื้องหลังทั้งหมดต้องใช้ชิปประมวลผล


แต่ไม่ใช่แค่ชิปประมวลผลเท่านั้น อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญคือ หน่วยความจำความเร็วสูง หรือ HBM ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ AI และนี่คือจุดที่เกาหลีใต้ได้เปรียบ เพราะบริษัทอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้เล่นรายใหญ่ของโลกในตลาดหน่วยความจำ


ดังนั้น เงินจึงไม่ได้ไหลเข้าเกาหลีใต้แค่จากการขายสินค้า แต่ไหลเข้าจากกำไรของบริษัท ค่าจ้างและโบนัส ตลาดทุน การบริโภค และสุดท้ายไหลเข้ารัฐผ่านระบบภาษี


พูดง่าย ๆ คือ AI บูม → ชิปขายดี → บริษัทกำไรเพิ่ม → คนมีรายได้เพิ่ม → เศรษฐกิจคึกคัก → รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น

สรุปข่าว

เกาหลีใต้คาดรายได้ภาษีปี 2569 พุ่งแตะ 478.6 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 104.7 ล้านล้านวอน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงหนุนสำคัญมาจาก AI และชิปบูม ดันกำไรบริษัท รายได้แรงงาน ตลาดหุ้น การบริโภค และเศรษฐกิจโดยรวม รัฐบาลเตรียมนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับมาลงทุน AI ชิป Data Center และเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ชิปพารวยของจริง! รัฐบาลเกาหลีใต้จ่อรีดภาษีทะลุ 478.6 ล้านล้านวอน รับอานิสงส์ AI บูม ส่งออกชิปพุ่ง 


AI บูมไม่ได้ทำเงินแค่บริษัทชิป! เกาหลีใต้คาดรายได้ภาษีปี 2569 พุ่งแตะ 478.6 ล้านล้านวอน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับแรงส่งจาก Samsung–SK Hynix ตลาดหุ้น การบริโภค และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ขณะที่รัฐบาลเตรียมทุ่มเงินต่อยอด AI–ชิป–Data Center เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่


ถ้าพูดถึงคำว่า “AI บูม” หลายคนอาจนึกถึงบริษัทเทคโนโลยี Data Center หรือหุ้นบริษัทชิปที่ราคาพุ่งขึ้น แต่วันนี้อยากจะบอกว่า ยังมีอีกคนหนึ่งที่กำลังได้ประโยชน์จาก AI แบบเต็ม ๆ เหมือนกัน นั่นก็คือ รัฐบาลเกาหลีใต้


มีรายงานว่า ล่าสุดเกาหลีใต้สามารถจัดเก็บภาษีได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2569 คาดว่ารายได้ภาษีของรัฐบาลจะพุ่งขึ้นไปถึง 478.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.54 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 104.7 ล้านล้านวอน


และที่สำคัญ ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนเกาหลีแห่ไปเสียภาษีมากขึ้นอย่างเดียว แต่พระเอกของเรื่องนี้ก็คือ “ชิป”


ชิปที่อยู่ใน AI ชิปที่อยู่ใน Data Center และชิปที่กำลังกลายเป็นของสำคัญของโลก กำลังเปลี่ยนจากกำไรของบริษัท ให้กลายเป็นเงินที่กำลังไหลเข้าสู่กระเป๋ารัฐบาลเกาหลีใต้


ชิปบูม ไม่ได้ทำเงินแค่ Samsung–SK Hynix แต่เงินไหลถึงรัฐบาล


ปีนี้คาดว่ารายได้จากภาษีของรัฐบาลเกาหลีใต้จะพุ่งไปถึง 478.6 ล้านล้านวอน จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจเกาหลี เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งจัดเก็บได้ประมาณ 373.9 ล้านล้านวอน


เมื่อบวกลบกันแล้ว เท่ากับว่าภาษีเพิ่มขึ้นถึง 104.7 ล้านล้านวอน และจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย


เรื่องนี้ต้องเล่าให้เข้าใจว่า หากเป็นสมัยก่อน เราอาจฟังข่าวแล้วคิดเพียงว่า เกาหลีใต้ส่งออกชิป ขายชิปได้เยอะ ทำให้บริษัทอย่าง Samsung หรือ SK Hynix กำไรดี แต่รอบนี้ผลดีชัดเจนว่าไปไกลถึงระดับรัฐบาลและประเทศชาติ


เพราะเมื่อบริษัททำกำไรเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคลก็เพิ่ม เมื่อพนักงานได้โบนัสมากขึ้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็เพิ่ม ตลาดหุ้นคึกคัก ภาษีธุรกรรมหลักทรัพย์ก็เพิ่ม และเมื่อเศรษฐกิจฟื้น การบริโภคและการนำเข้าเพิ่มขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้แรงหนุนตามไปด้วย


ดังนั้น ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “Samsung ขายชิปดี” แต่กลายเป็นเรื่องของ รายได้ประเทศทั้งระบบ


ทำไม AI บูมแล้วเกาหลีใต้ได้เต็ม ๆ?


คำตอบสั้น ๆ คือ AI กับชิปเป็นของคู่กัน


ทุกครั้งที่เราใช้ AI ไม่ว่าจะถาม ChatGPT สร้างภาพ สร้างวิดีโอ วิเคราะห์ข้อมูล หรือบริษัทต่าง ๆ สร้าง Data Center ขนาดใหญ่ เบื้องหลังทั้งหมดต้องใช้ชิปประมวลผล


แต่ไม่ใช่แค่ชิปประมวลผลเท่านั้น อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญคือ หน่วยความจำความเร็วสูง หรือ HBM ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ AI และนี่คือจุดที่เกาหลีใต้ได้เปรียบ เพราะบริษัทอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้เล่นรายใหญ่ของโลกในตลาดหน่วยความจำ


ดังนั้น เงินจึงไม่ได้ไหลเข้าเกาหลีใต้แค่จากการขายสินค้า แต่ไหลเข้าจากกำไรของบริษัท ค่าจ้างและโบนัส ตลาดทุน การบริโภค และสุดท้ายไหลเข้ารัฐผ่านระบบภาษี


พูดง่าย ๆ คือ AI บูม → ชิปขายดี → บริษัทกำไรเพิ่ม → คนมีรายได้เพิ่ม → เศรษฐกิจคึกคัก → รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น

รัฐมีเงินแล้ว จะเอาไปทำอะไร?


คำถามต่อมาที่น่าสนใจคือ เมื่อรัฐบาลเกาหลีใต้มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว เงินเหล่านี้จะถูกนำไปทำอะไร? สำหรับเกาหลีใต้ คำตอบ คือ เอาไปลงทุนต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก


รัฐบาลเกาหลีใต้เสนอร่างงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 820.9 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นถึง 12.8% ถือเป็นการเพิ่มงบประมาณในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และในงบก้อนนี้ มีการเน้นลงทุนใน AI เซมิคอนดักเตอร์ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต


Reuters และ Yonhap รายงานว่า รัฐบาลเตรียมงบประมาณสำหรับโครงการ AI และเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 21.3 ล้านล้านวอน เกือบสองเท่าจากปีนี้


อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังสร้าง Future Response Fund หรือกองทุนรับมืออนาคต วงเงินประมาณ 162.3 ล้านล้านวอน โดยรัฐบาลตั้งใจนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากภาษีและรายได้ที่สูงกว่าแนวโน้มระยะยาวมาจัดสรรไว้


แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดจะถูกใช้ทันที ในปีหน้า ประมาณ 45.4 ล้านล้านวอน จะถูกนำไปใช้กับโครงการต่าง ๆ ส่วนที่เหลือมีบทบาทเป็นเงินสำรองและแหล่งรองรับการลงทุนในอนาคต


เกาหลีใต้ไม่ได้ขายแค่ชิป แต่กำลังสร้างทั้ง Ecosystem


จากเกาหลีใต้ มองโลก มองไทย เราก็ต้องฟัง เพราะ AI และชิปคือเทรนด์ของโลก และเกาหลีใต้กำลังพยายามคว้าโอกาสนี้เอาไว้


ประเทศนี้ไม่ได้ขายแค่ชิป แต่กำลังเร่งสร้าง AI Ecosystem ของตัวเอง ทั้งโรงงานชิป Data Center ระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และเทคโนโลยีใหม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ งบประมาณปี 2570 ที่เกาหลีใต้เตรียมเงินสำหรับโครงการชิปและ AI รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก


เพราะการสร้างโรงงานชิปยุคใหม่ ไม่ใช่แค่สร้างโรงงานแล้วจบ แต่ต้องมีไฟฟ้า ต้องมีน้ำ ต้องมี Data Center ต้องมีระบบส่งพลังงาน และต้องมีคนที่มีทักษะ


ดังนั้น เมื่อมองให้กว้างขึ้น สิ่งที่เกาหลีใต้กำลังทำจึงไม่ใช่แค่การผลักดัน “อุตสาหกรรมชิป” แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่โรงงาน เทคโนโลยี พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงแรงงาน

บทเรียนสำคัญของไทย: อุตสาหกรรมใหม่สร้างเงินได้ทั้งประเทศ


เรื่องของเกาหลีใต้กำลังบอกเราว่า อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ถ้าทำได้จริง มันไม่ได้สร้างรายได้แค่บริษัท แต่สามารถสร้างรายได้ให้คนทำงาน และทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตตามไปด้วย


ทั้งสร้างการส่งออก สร้างการลงทุน สร้างภาษี และสุดท้ายกลายเป็นเงินสำหรับรัฐบาลเอาไปลงทุนต่อ


แต่ก็ต้องย้ำทิ้งท้ายกันด้วยว่า ในอีกด้านหนึ่ง การพึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวมากเกินไปก็มีความเสี่ยง เพราะวันนี้ชิปอาจเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ แต่ถ้าวันหนึ่งวงจรของชิปเปลี่ยน


รัฐบาลก็ต้องมีเครื่องยนต์ตัวอื่นมาช่วยพยุงเศรษฐกิจ


ดังนั้น โจทย์ของเกาหลีใต้หลังจากนี้ คือ สร้างความแข็งแกร่งระยะยาว จะต้องใช้ช่วงที่ชิปกำลังทำเงินได้ มาสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ทันก่อนชิปขาลง


ขณะเดียวกัน การที่ AI บูม ชิปบูม ทำให้เกาหลีใต้รับทรัพย์จริง ทั้งภาคธุรกิจและรัฐบาล นี่คือตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับโลก และสำหรับไทย




ที่มาข้อมูล : Bloomberg, Yonhap News Agency, Reuters

ที่มารูปภาพ : OpenAI

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ