ทองคำระยะสั้นซึมตัว แนะรอซื้อแนวรับ 4,200 ดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่า ในระยะสั้นมีแนวโน้มซึมตัวลงจากแรงกดดันของการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่ระยะกลางถึงยาวยังมองเป็นบวก พร้อมแนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ

PMI สหรัฐฯ ฟื้น หนุนตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 54 จุด ขึ้นมาอยู่ที่ 57 จุด สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้นโดยตรง

แนวรับ 4,200–4,230 ดอลลาร์ จุดทยอยเข้าซื้อ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายณัฐวุฒิ ประเมินแนวรับสำคัญของราคาทองคำไว้ที่ระดับ 4,200–4,230 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยหากราคาปรับลดลงมาบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แนะนำให้เข้าซื้อ ขณะที่กรอบด้านบนของราคาทองคำในปีนี้ ประเมินไว้ที่ระดับ 4,500–4,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

สรุปข่าว

ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำระยะสั้นมีแนวโน้มซึมตัว หลังดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ ปรับขึ้นจาก 54 จุด สู่ 57 จุด ทำให้ตลาดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมเพิ่มเป็น 70% โดยแนะนำรอทยอยเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 4,200–4,230 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และประเมินกรอบบนของปีนี้ที่ 4,500–4,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ระยะกลางถึงยาวยังมองเป็นบวกจากภาระการ Roll-over หนี้ของสหรัฐฯ ที่เป็นเพียงการซื้อเวลา ทั้งนี้ หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ เช่น ภาวะสงคราม ราคาทองคำจะแกว่งตัวในกรอบจำกัด ไม่เปลี่ยนเป็นขาขึ้นหรือขาลงอย่างรุนแรงในปีนี้

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่า ในระยะสั้นมีแนวโน้มซึมตัวลงจากแรงกดดันของการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่ระยะกลางถึงยาวยังมองเป็นบวก พร้อมแนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ

PMI สหรัฐฯ ฟื้น หนุนตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 54 จุด ขึ้นมาอยู่ที่ 57 จุด สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้นโดยตรง

แนวรับ 4,200–4,230 ดอลลาร์ จุดทยอยเข้าซื้อ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายณัฐวุฒิ ประเมินแนวรับสำคัญของราคาทองคำไว้ที่ระดับ 4,200–4,230 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยหากราคาปรับลดลงมาบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แนะนำให้เข้าซื้อ ขณะที่กรอบด้านบนของราคาทองคำในปีนี้ ประเมินไว้ที่ระดับ 4,500–4,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

หนี้สหรัฐฯ ปัจจัยหนุนทองคำระยะกลาง–ยาว

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือภาระหนี้ของสหรัฐฯ โดยการ Roll-over หนี้ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง สร้างภาระทางการคลังให้กับสหรัฐฯ ซึ่งแก้ปัญหาด้วยการลดระยะเวลาของตราสารหนี้ลงมาเหลือ 1–2 ปี นายณัฐวุฒิ มองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการ "ซื้อเวลา" และถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงระยะยาว

ทั้งปีแกว่งในกรอบจำกัด หากไม่มีปัจจัยใหม่

นายณัฐวุฒิ สรุปว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปหรือซึมลง และหากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ เช่น ภาวะสงคราม ราคาทองคำจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบจำกัด โดยไม่ได้เปลี่ยนเป็นทิศทางขาลงหรือขาขึ้นอย่างรุนแรงในปีนี้

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน