ผู้แทนการค้าไทย หารือ "ทูตสวีเดน" กระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ หนุน FTA ไทย–EU

ผู้แทนการค้าไทย หารือทูตสวีเดน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจ หนุน FTA ไทย–EU ชูบทบาท TTR เชื่อมรัฐ–เอกชน ดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้เข้าพบหารือกับนางอันนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna Hammargren) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ภายใต้ความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 158 ปีระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมหารือการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสองประเทศสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการนำมุมมองจากภาคธุรกิจมาประกอบการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยุโรป
ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าไทยเน้นย้ำบทบาทในการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนโอกาสและอุปสรรคจากการดำเนินธุรกิจไปสู่ระดับนโยบาย ผลักดันการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และสร้างความเข้าใจระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–EU) ให้สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกัน ฝ่ายสวีเดนยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกเพื่อสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย
สรุปข่าว
ผู้แทนการค้าไทย หารือทูตสวีเดน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจ หนุน FTA ไทย–EU ชูบทบาท TTR เชื่อมรัฐ–เอกชน ดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้เข้าพบหารือกับนางอันนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna Hammargren) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ภายใต้ความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 158 ปีระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมหารือการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสองประเทศสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการนำมุมมองจากภาคธุรกิจมาประกอบการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยุโรป
ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าไทยเน้นย้ำบทบาทในการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนโอกาสและอุปสรรคจากการดำเนินธุรกิจไปสู่ระดับนโยบาย ผลักดันการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และสร้างความเข้าใจระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–EU) ให้สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกัน ฝ่ายสวีเดนยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกเพื่อสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย
ปัจจุบันมีบริษัทสวีเดนเข้ามาปักหลักลงทุนในประเทศไทยกว่า 100 บริษัท จ้างงานคนไทยกว่า 19,500 ตำแหน่ง โดยฝ่ายไทยรับทราบข้อเสนอแนะจากการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนสวีเดน เกี่ยวกับความท้าทายด้านพิธีการศุลกากรและกฎระเบียบเชิงเทคนิค
ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังเร่งปฏิรูปกฎระเบียบภายในประเทศ เพื่อขจัดอุปสรรค เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) และดึงดูดการลงทุนย้ายฐานการผลิตในยุคความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน เนื่องจากภาคธุรกิจไทยกว่าร้อยละ 99.5 เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผู้แทนการค้าไทยได้เน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งกองทุน FTA Fund และกลไกเงินทุนเปลี่ยนผ่านสีเขียว (Transitional Finance) เพื่อช่วยให้ SMEs ไทยสามารถยกระดับการผลิตและปรับตัวเข้าสู่กติการะหว่างประเทศได้อย่างเท่าทัน
นอกจากนี้ ในมิติความมั่นคง นายวีระพงษ์เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยดำเนินมาตรการต่าง ๆ บนพื้นฐานของกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ สำหรับการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ไทยมีความคืบหน้าในการคุมสินค้า DUI อย่างมีนัยยะสำคัญ
โดยกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการขออนุญาต (Licensing) สำหรับการส่งออกและส่งกลับสินค้า DUI ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ เช่น อุปกรณ์และส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โรงงานแยกไอโซโทป และยูเรเนียมธรรมชาติ เป็นต้นเพื่อวางรากฐานระบบควบคุมที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการลดอุปสรรคทางการค้า
นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดทำรายการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงแห่งชาติ (National Strategic Items Control List) ซึ่งจะมีการทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและระบบพิกัดศุลกากรสากล สะท้อนจุดยืนของไทยในการเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และน่าเชื่อถือในระบบการค้าโลก
ปัจจุบัน สวีเดนเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิก เป็นคู่ค้าอันดับ 10 ในยุโรป และอันดับ 46 ในตลาดโลก โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับสวีเดนมีมูลค่ารวม 1,172.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 447.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.94) และนำเข้า 725.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 277.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป และแผงสวิตช์ควบคุมไฟฟ้า ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากสวีเดน ได้แก่ เครื่องจักรกล กระดาษ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เยื่อกระดาษ และอุปกรณ์การบิน ทั้งนี้ ในช่วงมกราคม–มิถุนายน 2569 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 617.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 246.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวร้อยละ 9.16) และนำเข้า 371.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- “สานุพงศ์” ชี้ AI ยังเด่นครึ่งปีหลัง แนะกระจายพอร์ต ใช้ AI ช่วยลงทุน
- “ณัฐวัฒน์” ชี้โลกลงทุนเปลี่ยน วิธีคิดเดิมใช้ได้เพียง 20% แนะปรับกลยุทธ์รับตลาดผันผวน
- EU เตรียมลงทุน 200 ล้านยูโร กระชับความสัมพันธ์กรีนแลนด์ ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ
- การเข้าร่วม OECD ไม่ใช่เรื่องไกลตัว พัฒนาชีวิตคนไทยทุกคน
- เปิดความลับโรงงานเวียดนาม ทำไมแบรนด์ไทยเริ่มแห่ไปผลิต | บิว อลิซ”
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
