"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" จับตาประชุม BOJ 16 ก.ย. ชี้เงินเยนแข็ง–ทองคำฟื้น

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 3 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินในเดือนกันยายน โดยชี้ว่าการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 16 กันยายน คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลต่อค่าเงินเยน ตลาดพันธบัตร และราคาทองคำ

BOJ มีโอกาสสูงขึ้นดอกเบี้ย 16 ก.ย. จับตาขึ้นแรงกว่าปกติ

นายประกิตระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ออกมาแข็งแกร่ง

ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ รูปแบบการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมีโอกาสที่ BOJ จะปรับขึ้นมากกว่าปกติ คือเกินระดับ 0.25% หรือเลือกใช้วิธีขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องโดยไม่ทิ้งช่วงห่างยาวนานเหมือนในอดีต เพื่อส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินให้ชัดเจนขึ้น

เงินเยนแข็งค่า เปิดทาง Unwind Carry Trade ลดแรงกดดัน Yield

การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะส่งผลให้ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น และอาจนำไปสู่การ Unwind Carry Trade ซึ่งนายประกิตมองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield)

ทั้งนี้ Yield ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากการออกพันธบัตรจำนวนมากในตลาด หากเกิดการ Unwind Carry Trade จากฝั่งญี่ปุ่น จะช่วยลดซัพพลายการออกบอนด์และทำให้ Yield ชะลอตัวลงได้

สรุปข่าว

ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ประเมินว่า BOJ มีโอกาสสูงมากที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ ซึ่งจะหนุนให้เงินเยนแข็งค่าและเปิดทางสู่การ Unwind Carry Trade ช่วยควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่ให้พุ่งต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำฟื้นตัวระยะสั้นจากดอลลาร์อ่อนค่า โดยยังต้องจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ และ Treasury Buyback วันที่ 9 กันยายน ด้านหุ้น มองตลาดสหรัฐฯ เริ่มคลายความกังวล ส่วนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้แรงหนุนเชิงจิตวิทยาจากคำสั่งซื้อชิปของ Broadcom ที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่งผลบวกต่อหุ้นชิปไต้หวัน-เกาหลีใต้ และอาจลามถึง DELTA ในตลาดหุ้นไทย แต่ยังเน้นย้ำให้นักลงทุนระมัดระวัง

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 3 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินในเดือนกันยายน โดยชี้ว่าการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 16 กันยายน คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลต่อค่าเงินเยน ตลาดพันธบัตร และราคาทองคำ

BOJ มีโอกาสสูงขึ้นดอกเบี้ย 16 ก.ย. จับตาขึ้นแรงกว่าปกติ

นายประกิตระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ออกมาแข็งแกร่ง

ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ รูปแบบการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมีโอกาสที่ BOJ จะปรับขึ้นมากกว่าปกติ คือเกินระดับ 0.25% หรือเลือกใช้วิธีขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องโดยไม่ทิ้งช่วงห่างยาวนานเหมือนในอดีต เพื่อส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินให้ชัดเจนขึ้น

เงินเยนแข็งค่า เปิดทาง Unwind Carry Trade ลดแรงกดดัน Yield

การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะส่งผลให้ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น และอาจนำไปสู่การ Unwind Carry Trade ซึ่งนายประกิตมองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield)

ทั้งนี้ Yield ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากการออกพันธบัตรจำนวนมากในตลาด หากเกิดการ Unwind Carry Trade จากฝั่งญี่ปุ่น จะช่วยลดซัพพลายการออกบอนด์และทำให้ Yield ชะลอตัวลงได้

Treasury Buyback 9 ก.ย. และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ปัจจัยชี้ทิศตลาด

อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือ Treasury Buyback ที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม

ขณะเดียวกัน นายประกิตคาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้จะออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่ในทางกลับกันอาจกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดฟื้นตัว จากความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายของเฟด

ทองคำเด้งระยะสั้น แนะถือรอดูตัวเลขจ้างงาน

ด้านราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นในช่วงนี้ นายประกิตอธิบายว่ามาจากปัจจัยหนุน 3 ด้าน คือ ค่าเงินเยนแข็งค่า ดอลลาร์อ่อนค่า และ Yield พันธบัตรเริ่มชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่านี่เป็นเพียง การฟื้นตัวระยะสั้น จากการผ่อนคลายความกังวลของตลาดเท่านั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนถือครองต่อเพื่อรอดูตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์ก่อนตัดสินใจ

หุ้นชิปเอเชียรับอานิสงส์ Broadcom ออเดอร์พุ่ง 2 เท่า

สำหรับตลาดหุ้น นายประกิตมองว่า หุ้นสหรัฐฯ ยังน่าสนใจและมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

ส่วนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลของ Broadcom ที่ระบุว่ายอดสั่งผลิตชิปในเอเชียเพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อหุ้นชิปในไต้หวันและเกาหลีใต้ รวมถึงหุ้นในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เช่น DELTA ในตลาดหุ้นไทย ที่อาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกตามไปด้วย

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน