"เปิดกลยุทธ์ทองคำ แนวรับ 4,300 ดอลลาร์ เป้าหมายปีนี้ 5,000 ดอลลาร์"

Share on Line Share on Facebook Share on X

คลาสสิก ออสสิริส ประเมินราคาทองคำระยะสั้นยังถูกกดดันจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่ปรับตัวเป็นขาขึ้น พร้อมแนะจุดเข้าซื้อบริเวณ 4,300-4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมองเป้าหมายราคาปีนี้ที่ 4,600-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ถึงทิศทางราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนในแต่ละช่วงเวลา

เฟดขึ้นดอกเบี้ย-เรียลยิลด์ขาขึ้น กดดันทองคำระยะสั้น

นายธนะเกียรติ ระบุว่า ปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้นมาจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ โดยตลาดให้น้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่ระดับ 66.9% และยังมีโอกาสปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม

ผลจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำโดยตรง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้ สถานการณ์ในอิหร่านและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดตามไปด้วย

ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาว ยังหนุนทองคำ

แม้ระยะสั้นจะถูกกดดัน แต่นายธนะเกียรติมองว่าทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนในระยะกลางถึงยาว ประกอบด้วย ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และแนวโน้มการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้สิน ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีโอกาสอ่อนค่าลงในระยะยาว รวมถึงความต้องการทองคำจากจีนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

สรุปข่าว

คลาสสิก ออสสิริส มองทองคำระยะสั้นถูกกดดันจากเรียลยิลด์ขาขึ้น แนะทยอยซื้อ 4,300-4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำกำไร 4,375-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนระยะกลาง-ยาวรอสะสมที่ 4,100 และ 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตั้งเป้าราคาทองปีนี้ 4,600-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านทองไทยเข้าซื้อ 67,200 บาท ตัดขาดทุน 67,000 บาท เป้าหมาย 71,000-77,000 บาท

คลาสสิก ออสสิริส ประเมินราคาทองคำระยะสั้นยังถูกกดดันจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่ปรับตัวเป็นขาขึ้น พร้อมแนะจุดเข้าซื้อบริเวณ 4,300-4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมองเป้าหมายราคาปีนี้ที่ 4,600-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ถึงทิศทางราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนในแต่ละช่วงเวลา

เฟดขึ้นดอกเบี้ย-เรียลยิลด์ขาขึ้น กดดันทองคำระยะสั้น

นายธนะเกียรติ ระบุว่า ปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้นมาจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ โดยตลาดให้น้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่ระดับ 66.9% และยังมีโอกาสปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม

ผลจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำโดยตรง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้ สถานการณ์ในอิหร่านและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดตามไปด้วย

ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาว ยังหนุนทองคำ

แม้ระยะสั้นจะถูกกดดัน แต่นายธนะเกียรติมองว่าทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนในระยะกลางถึงยาว ประกอบด้วย ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และแนวโน้มการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้สิน ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีโอกาสอ่อนค่าลงในระยะยาว รวมถึงความต้องการทองคำจากจีนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

กลยุทธ์ระยะสั้น จุดเข้าซื้อ-ทำกำไร-ตัดขาดทุน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น นายธนะเกียรติแนะนำให้เข้าซื้อทองคำบริเวณแนวรับ 4,300-4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยที่ระดับ 67,200 บาท

เมื่อราคาปรับตัวขึ้น แนะนำทยอยขายทำกำไรเป็น 2 จุด โดยจุดแรกที่ 4,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยที่ 68,000 บาท และจุดที่สองที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยที่ 68,700 บาท

ขณะเดียวกัน หากราคาไม่เป็นไปตามที่คาด และหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยที่ 67,000 บาท แนะนำให้ตัดขาดทุนทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยง

จุดเข้าซื้อระยะกลางและระยะยาว

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมทองคำในระยะกลาง นายธนะเกียรติมองจุดเข้าซื้อที่ระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยที่ 63,000-64,000 บาท

ส่วนนักลงทุนระยะยาวที่รอจังหวะราคาย่อตัวลึกกว่านั้น มองจุดเข้าซื้อที่ระดับ 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยที่ 57,000 บาท

เป้าหมายราคาทองคำปีนี้

นายธนะเกียรติประเมินเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ไว้ 2 ระดับ โดยระดับแรกอยู่ที่ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยประมาณ 71,000 บาท และอีกระดับหนึ่งที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยประมาณ 77,000 บาท

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน