โกลเบล็กปรับเป้าทอง 4,800 ดอลลาร์ ลุ้นทองไทย 8 หมื่น

Share on Line Share on Facebook Share on X

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินทิศทางราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศที่ระดับเกือบ 80,000 บาท รับปัจจัยบวกจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตร ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

คลังสหรัฐฯ แทรกแซงตลาด หนุนดอลลาร์อ่อนค่า

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 27 ส.ค. 2569 ว่า ปัจจัยใหม่ที่เข้ามาผลักดันให้ราคาทองคำทะลุแนวต้านและพุ่งขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาซื้อพันธบัตร ท่ามกลางภาวะที่สหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะพุ่งสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

สรุปข่าว

ราคาทองคำทะยานทะลุ 4,600 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อัดฉีดเงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกดดันบอนด์ยีลด์ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง บล.โกลเบล็ก จึงปรับเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ใหม่ขึ้นเป็น 4,800 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่าทองคำไทยเฉียด 80,000 บาท พร้อมแนะกลยุทธ์ผู้มีต้นทุนต่ำให้ถือรันเทรนด์ (Let Profit Run) ต่อไป ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่มีของให้หลีกเลี่ยงการไล่ราคาและรอจังหวะทยอยสะสมเมื่อตลาดย่อตัว

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินทิศทางราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศที่ระดับเกือบ 80,000 บาท รับปัจจัยบวกจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตร ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

คลังสหรัฐฯ แทรกแซงตลาด หนุนดอลลาร์อ่อนค่า

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 27 ส.ค. 2569 ว่า ปัจจัยใหม่ที่เข้ามาผลักดันให้ราคาทองคำทะลุแนวต้านและพุ่งขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาซื้อพันธบัตร ท่ามกลางภาวะที่สหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะพุ่งสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อเป็นการชะลอการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จึงได้ออกมาตรการเข้าแทรกแซง โดยยกระดับการเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากเฉลี่ยเดือนละ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้นมาเป็นเดือนละ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การดำเนินการดังกล่าวเปรียบเสมือนการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ส่งผลกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง นักลงทุนจึงขาดความเชื่อมั่นในดอลลาร์และหันมาพักเงินในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและบิตคอยน์

โกลเบล็กปรับเป้าทองแตะ 4,800 ดอลลาร์

จากปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งดังกล่าว บล.โกลเบล็ก จึงได้ทบทวนและปรับเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ใหม่ โดยขยับขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งหากคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน จะเทียบเท่ากับราคาทองคำในประเทศที่ประมาณ 70,000 ปลายๆ ถึง 80,000 บาทต่อบาททองคำ

นอกจากปัจจัยเรื่องการเข้าซื้อพันธบัตรแล้ว ยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ ที่ช่วยพยุงราคาทองคำ ทั้งปัญหาหนี้สินของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่ได้ข้อยุติ รวมถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีและอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

แนะนำกลยุทธ์ลงทุน ทยอยซื้อเมื่อย่อตัว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ ทาง บล.โกลเบล็ก ได้ให้คำแนะนำแบ่งตามสถานะของนักลงทุน ดังนี้

  • ผู้ที่มีทองคำอยู่แล้ว (มีต้นทุนต่ำ) แนะนำให้ถือครองต่อไปเพื่อทำกำไร (Let Profit Run) โดยประเมินแนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 4,670 - 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคามีการย่อตัว คาดว่าจะเป็นเพียงการย่อตัวระยะสั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อ

  • ผู้ที่ยังไม่มีทองคำ ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อในจังหวะที่ราคากำลังปรับตัวขึ้นแรง แต่แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ แล้วจึงค่อยใช้เป็นโอกาสในการทยอยเข้าซื้อสะสม

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน