MTS Gold ชี้ทองขาขึ้น ลุ้นทองไทยแตะ 7 หมื่นบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 ว่า ทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันกำลังเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงซื้อที่กลับเข้ามาจากกองทุนขนาดใหญ่

ปัจจัยหนุนทองคำโลกและทิศทางดอกเบี้ย

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ปรับตัวลดลงจากระดับกว่า 101 มาอยู่ที่ 99.5 ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ส่งผลให้กองทุนต่างๆ เริ่มกลับมาเข้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะกองทุน SPDR ที่กลับมามียอดซื้อสุทธิเป็นเดือนแรกของปีนี้

นอกจากนี้ ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มที่จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ ทั้ง CPI และ PPI ที่ประกาศออกมาในสัปดาห์ก่อนปรับตัวลดลง ทำให้น้ำหนักการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 65% เหลือเพียง 35% ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาแตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับนี้เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาตรึงตัวได้อีกครั้งในอนาคต

สรุปข่าว

MTS Gold ประเมินทิศทางราคาทองคำเข้าสู่ขาขึ้น รับอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่าและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว ชี้เป้าทองไทยมีโอกาสพุ่งแตะ 70,000 บาท ภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยให้กรอบแนวรับทองโลกที่ 4,320 ดอลลาร์ แนวต้าน 4,450 ดอลลาร์ ส่วนทองไทยมีแนวรับ 68,600 บาท และแนวต้าน 69,200 บาท พร้อมแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตแบ่งเก็งกำไรระยะสั้น 30% และถือครองระยะยาว 70% หรือเลือกลงทุนผ่าน Investment Token เพื่อรับผลตอบแทน 3% ต่อปีบวกกำไรส่วนต่างทองคำ

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 ว่า ทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันกำลังเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงซื้อที่กลับเข้ามาจากกองทุนขนาดใหญ่

ปัจจัยหนุนทองคำโลกและทิศทางดอกเบี้ย

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ปรับตัวลดลงจากระดับกว่า 101 มาอยู่ที่ 99.5 ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ส่งผลให้กองทุนต่างๆ เริ่มกลับมาเข้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะกองทุน SPDR ที่กลับมามียอดซื้อสุทธิเป็นเดือนแรกของปีนี้

นอกจากนี้ ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มที่จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ ทั้ง CPI และ PPI ที่ประกาศออกมาในสัปดาห์ก่อนปรับตัวลดลง ทำให้น้ำหนักการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 65% เหลือเพียง 35% ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาแตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับนี้เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาตรึงตัวได้อีกครั้งในอนาคต

กรอบราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุน

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ นพ.กฤชรัตน์ ประเมินไว้ดังนี้

  • ราคาทองคำโลก (Gold Spot) มีแนวรับระยะสั้นที่ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวต้านหลักที่ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำให้เข้าซื้อบริเวณ 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์

  • ราคาทองคำไทย มีแนวรับระยะสั้นที่ 68,600 บาท และมีแนวต้านที่ 69,200 บาท

ทั้งนี้ ราคาทองคำโลกที่ปรับขึ้นทุกๆ 100 ดอลลาร์ จะส่งผลให้ราคาทองคำไทยปรับขึ้นประมาณ 1,100 - 1,400 บาท ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาททรงตัวอยู่ที่บริเวณ 33.13 บาทต่อดอลลาร์ นพ.กฤชรัตน์ จึงประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะได้เห็นราคาทองคำไทยแตะระดับ 70,000 บาท ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า

กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในระยะนี้ แนะนำให้แบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การเก็งกำไรระยะสั้น 30% และการซื้อเพื่อถือครองระยะยาว 70%

ทางเลือกใหม่เพื่อการลงทุนระยะยาว

สำหรับสัดส่วนการลงทุนระยะยาว 70% นพ.กฤชรัตน์ ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ คือ "MTS Gold Investment Token" ซึ่งทาง MTS Gold ได้ร่วมมือกับบริษัท คิวบิกซ์ (Kubix) ของธนาคารกสิกรไทย โทเคนนี้เป็นการลงทุนที่มีทองคำแท่งหนุนเกือบ 100%

จุดเด่นของการลงทุนรูปแบบนี้คือ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 3 ปี และเมื่อครบกำหนดในปีที่ 3 จะยังได้รับผลกำไรจากส่วนต่างราคาทองคำ (Capital Gain) ที่ปรับตัวสูงขึ้นร่วมด้วย โดยทางบริษัทจะปิดการขายโทเคนดังกล่าวในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน