"Longivity" ไม่ใช่กระแสของคน วันนี้หมาแมวก็ร่วมขบวน! ทาสหมา ทาสแมว จ่ายไม่อั้น พร้อมเปย์เต็มที่ เพราะอยากให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับเราไปนานๆ
ถ้าบอกว่าเราสามารถช่วยยืดอายุ “น้องหมา น้องแมว” ที่เลี้ยงได้ หลายคนอาจตอบทันทีว่า พร้อมจ่าย หากสิ่งนั้นช่วยให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพดีและอยู่กับเราได้นานขึ้น
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความฝันของคนรักสัตว์ เพราะทั่วโลกกำลังมีความพยายามศึกษาและพัฒนาแนวทาง "ยืดอายุและชะลอวัยสัตว์เลี้ยง" อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
แน่นอนว่านี่เป็นทั้งความหวังของคนรักสัตว์ และกำลังกลายเป็นเทรนด์ธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล เพราะสำหรับหลายคนในวันนี้ “หมาและแมวคือลูก” เจ้าของจึงพร้อมทุ่มเพื่อให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีและอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด
จาก Longevity ของคน สู่ Pet Longevity
กระแส Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นทั่วโลก เดิมแนวคิดนี้มักพูดถึงมนุษย์เป็นหลัก แต่วันนี้กระแสกำลังขยายมาถึงสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกว่า Pet Longevity
หนึ่งในเรื่องที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือการเร่งพัฒนา “ยาชะลอวัยสำหรับหมา-แมว”
สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการศึกษาวิจัย โดยบริษัท Loyal ซึ่งเป็นไบโอเทคของสหรัฐฯ กำลังพัฒนายาสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ขณะที่การประเมินด้านความปลอดภัยและกระบวนการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
อีกแนวทางที่ได้รับความสนใจคือการศึกษาของ Dog Aging Project ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Texas A&M University และ University of Washington ที่ทดลองใช้ Rapamycin ในสุนัข
Rapamycin เป็นยาที่ถูกใช้ในมนุษย์มานานกว่า 25 ปี โดยเฉพาะเพื่อป้องกันการปฏิเสธอวัยวะหลังการปลูกถ่าย และกำลังถูกศึกษาในมุมของการชะลอวัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ ต้องย้ำว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มในระดับวิจัย ทดลอง แต่ก็เป็นความหวังที่ใกล้เป็นจริงของคนรักสัตว์เลี้ยง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว คือ ธุรกิจสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยดูแลสุขภาพหมาและแมว
จากเดิมที่เจ้าของอาจรอให้สัตว์เลี้ยงป่วยแล้วค่อยพาไปหาหมอ วันนี้แนวคิดกำลังเปลี่ยนเป็น “ป้องกันก่อนป่วย”
Pet Care สู่ Pet Wellness และ Pet Longevity
ตลาดสัตว์เลี้ยงกำลังขยับจาก Pet Care ไปสู่ Pet Wellness และต่อยอดเป็น Pet Longevity นั่นหมายถึงเงินก้อนใหญ่ที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในตลาด เพราะเมื่อเจ้าของต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและอายุยืนขึ้น ความต้องการสินค้าและบริการก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ โดยตลาดอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และประมาณ 10% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซื้ออาหารเสริมสำหรับสัตว์สูงวัยหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย
ข้อมูลจาก American Pet Products Association ยังพบว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา การใช้อาหารเสริมเพิ่มขึ้นถึง 56% ในกลุ่มเจ้าของสุนัข และ 70% ในกลุ่มเจ้าของแมว
สะท้อนพฤติกรรมที่ชัดเจนว่า เทรนด์สุขภาพของมนุษย์กำลังถูกนำมาปรับใช้กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “Humanization of Pets”
เปิด 5 โอกาสทำเงิน ชี้ช่องรวยจากเทรนด์ "Pet Longivity"
โอกาสที่ 1 อาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่าเพิ่ม
แล้วประเทศไทยมีโอกาสอยู่ตรงไหน? คำตอบคือ โอกาสอยู่ตรงหน้า เพราะไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภค แต่เป็นฐานผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลกอยู่แล้ว
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2025 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่า 3,276.3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 107,000 ล้านบาท ดังนั้น โอกาสต่อไปจึงไม่ใช่แค่การผลิต “อาหารให้สัตว์กิน” แต่คือการพัฒนาไปสู่ “โภชนาการเพื่อสุขภาพ”
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเฉพาะวัย อาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสัตว์สูงวัย เมื่อสินค้ามีคุณค่ามากขึ้น ก็สามารถเพิ่มราคาต่อถุง เพิ่มมูลค่าต่อหน่วย และสร้างแบรนด์ของตัวเองได้มากขึ้น
สรุปข่าว
"Longivity" ไม่ใช่กระแสของคน วันนี้หมาแมวก็ร่วมขบวน! ทาสหมา ทาสแมว จ่ายไม่อั้น พร้อมเปย์เต็มที่ เพราะอยากให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับเราไปนานๆ
ถ้าบอกว่าเราสามารถช่วยยืดอายุ “น้องหมา น้องแมว” ที่เลี้ยงได้ หลายคนอาจตอบทันทีว่า พร้อมจ่าย หากสิ่งนั้นช่วยให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพดีและอยู่กับเราได้นานขึ้น
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความฝันของคนรักสัตว์ เพราะทั่วโลกกำลังมีความพยายามศึกษาและพัฒนาแนวทาง "ยืดอายุและชะลอวัยสัตว์เลี้ยง" อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
แน่นอนว่านี่เป็นทั้งความหวังของคนรักสัตว์ และกำลังกลายเป็นเทรนด์ธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล เพราะสำหรับหลายคนในวันนี้ “หมาและแมวคือลูก” เจ้าของจึงพร้อมทุ่มเพื่อให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีและอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด
จาก Longevity ของคน สู่ Pet Longevity
กระแส Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นทั่วโลก เดิมแนวคิดนี้มักพูดถึงมนุษย์เป็นหลัก แต่วันนี้กระแสกำลังขยายมาถึงสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกว่า Pet Longevity
หนึ่งในเรื่องที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือการเร่งพัฒนา “ยาชะลอวัยสำหรับหมา-แมว”
สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการศึกษาวิจัย โดยบริษัท Loyal ซึ่งเป็นไบโอเทคของสหรัฐฯ กำลังพัฒนายาสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ขณะที่การประเมินด้านความปลอดภัยและกระบวนการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
อีกแนวทางที่ได้รับความสนใจคือการศึกษาของ Dog Aging Project ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Texas A&M University และ University of Washington ที่ทดลองใช้ Rapamycin ในสุนัข
Rapamycin เป็นยาที่ถูกใช้ในมนุษย์มานานกว่า 25 ปี โดยเฉพาะเพื่อป้องกันการปฏิเสธอวัยวะหลังการปลูกถ่าย และกำลังถูกศึกษาในมุมของการชะลอวัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ ต้องย้ำว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มในระดับวิจัย ทดลอง แต่ก็เป็นความหวังที่ใกล้เป็นจริงของคนรักสัตว์เลี้ยง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว คือ ธุรกิจสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยดูแลสุขภาพหมาและแมว
จากเดิมที่เจ้าของอาจรอให้สัตว์เลี้ยงป่วยแล้วค่อยพาไปหาหมอ วันนี้แนวคิดกำลังเปลี่ยนเป็น “ป้องกันก่อนป่วย”
Pet Care สู่ Pet Wellness และ Pet Longevity
ตลาดสัตว์เลี้ยงกำลังขยับจาก Pet Care ไปสู่ Pet Wellness และต่อยอดเป็น Pet Longevity นั่นหมายถึงเงินก้อนใหญ่ที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในตลาด เพราะเมื่อเจ้าของต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและอายุยืนขึ้น ความต้องการสินค้าและบริการก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ โดยตลาดอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และประมาณ 10% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซื้ออาหารเสริมสำหรับสัตว์สูงวัยหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย
ข้อมูลจาก American Pet Products Association ยังพบว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา การใช้อาหารเสริมเพิ่มขึ้นถึง 56% ในกลุ่มเจ้าของสุนัข และ 70% ในกลุ่มเจ้าของแมว
สะท้อนพฤติกรรมที่ชัดเจนว่า เทรนด์สุขภาพของมนุษย์กำลังถูกนำมาปรับใช้กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “Humanization of Pets”
เปิด 5 โอกาสทำเงิน ชี้ช่องรวยจากเทรนด์ "Pet Longivity"
โอกาสที่ 1 อาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่าเพิ่ม
แล้วประเทศไทยมีโอกาสอยู่ตรงไหน? คำตอบคือ โอกาสอยู่ตรงหน้า เพราะไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภค แต่เป็นฐานผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลกอยู่แล้ว
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2025 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่า 3,276.3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 107,000 ล้านบาท ดังนั้น โอกาสต่อไปจึงไม่ใช่แค่การผลิต “อาหารให้สัตว์กิน” แต่คือการพัฒนาไปสู่ “โภชนาการเพื่อสุขภาพ”
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเฉพาะวัย อาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสัตว์สูงวัย เมื่อสินค้ามีคุณค่ามากขึ้น ก็สามารถเพิ่มราคาต่อถุง เพิ่มมูลค่าต่อหน่วย และสร้างแบรนด์ของตัวเองได้มากขึ้น
โอกาสที่ 2 อาหารเสริมและ Pet Wellness
เทรนด์สุขภาพของคนกำลังถูกส่งต่อไปยังสัตว์เลี้ยง
คนอยากผมสวย หมาแมวก็มีผลิตภัณฑ์ดูแลขน
คนอยากขับถ่ายดี ย่อยง่าย สัตว์เลี้ยงก็มีตัวช่วยในลักษณะเดียวกัน
คนใส่ใจสุขภาพข้อเข่า สัตว์สูงวัยก็มีผลิตภัณฑ์ดูแลข้อต่อ
พูดง่าย ๆ คือ สินค้าที่ตอบโจทย์คนในกระแส Longevity กำลังถูกนำมาปรับใช้กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น สำหรับไทย นี่อาจเป็นจุดแข่งขันที่สำคัญ เพราะเรามีทั้งวัตถุดิบ โรงงาน และความเชี่ยวชาญด้านอาหาร แต่สิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการผลิตเพื่อส่งออก คือ การลงทุนเรื่องมาตรฐานของแต่ละประเทศ รวมถึงมาตรฐานในระดับสากล
โอกาสที่ 3 ตลาดสัตว์เลี้ยงสูงวัย
อีกกลุ่มที่น่าจับตา คือ สัตว์เลี้ยงสูงวัย เช่นเดียวกับคน เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้น และต้องการการดูแลที่เฉพาะทางมากขึ้น
ตลาดนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่อาหารเฉพาะวัย อาหารเสริม การตรวจเลือด การตรวจสุขภาพ การดูแลฟัน การดูแลข้อและการเคลื่อนไหว ไปจนถึงการรักษาโรคเรื้อรัง ยิ่งสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนขึ้น ความต้องการบริการและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระยะยาวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โอกาสที่ 4 Pet Health Tech
อีกตลาดที่น่าจับตาคือ Pet Health Tech เพราะสัตว์เลี้ยงพูดไม่ได้ แต่ข้อมูลของพวกเขาสามารถบอกเจ้าของได้หลายอย่าง และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ลองนึกภาพ ห้องน้ำอัจฉริยะ ที่สามารถเก็บข้อมูลว่าแมวเข้าห้องน้ำกี่ครั้ง และมีพฤติกรรมการขับถ่ายอย่างไร หรือ ปลอกคออัจฉริยะ ที่มีทั้งกล้องและ AI สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างละเอียด เมื่อระบบพบความผิดปกติ ก็สามารถแจ้งเตือนเจ้าของให้รีบพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ได้เร็วขึ้น พร้อมข้อมูลและวิดีโอประกอบ
สำหรับไทย นี่จึงอาจเป็นโอกาสของสตาร์ตอัป บริษัทเทคโนโลยี โรงพยาบาลสัตว์ และผู้พัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการเข้ามาสร้างตลาดใหม่
โอกาสที่ 5 บริการสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร
อีกธุรกิจที่ไม่ควรมองข้ามคือ Pet Services เมื่อเจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวมากขึ้น ก็ย่อมต้องการบริการที่ดี มีคุณภาพ และไว้ใจได้ และพร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับการดูแลที่ดี
ตลาดบริการสัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้มีเพียงโรงแรมแมว หรือบริการอาบน้ำตัดขนสุนัขอีกต่อไป แต่ครอบคลุมตั้งแต่โรงพยาบาลสัตว์ คลินิกเฉพาะทาง ศูนย์ดูแลสัตว์สูงวัย กายภาพบำบัด การตรวจสุขภาพ Telemedicine ไปจนถึงประกันสัตว์เลี้ยง
ทั้งหมดสะท้อนว่า “การดูแลสัตว์เลี้ยง” กำลังกลายเป็นตลาดสุขภาพที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ
Pet Longevity โอกาสใหม่จากความรักของเจ้าของ
วันนี้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นลูกมากขึ้น และนี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ในไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะที่มนุษย์พยายามมีสุขภาพดีและมีอายุยืนขึ้น หมาและแมวก็มีโอกาสได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่กับเราได้นานขึ้นเช่นกัน จากการกินดี อยู่ดี การป้องกันก่อนป่วย ไปจนถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ
และทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพที่ดีขึ้นของสัตว์เลี้ยง แต่หมายถึง ตลาดทำเงินก้อนใหญ่ เพราะเมื่อเจ้าของรักเหมือนลูก ก็พร้อมจ่ายเพื่อให้พวกเขาแข็งแรงและอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด
Pet Longevity จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการยืดอายุหมา-แมว แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเศรษฐกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโตทั่วโลก
ที่มาข้อมูล : Bloomberg, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), กระทรวงพาณิชย์
ที่มารูปภาพ : Black Forest Lab Magnific
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
