สหรัฐฯ ยันเหตุแทรกแซง "ค่าเงินเยน" เป็นผลดีต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจเอเชีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ยันเหตุแทรกแซง "ค่าเงินเยน" เป็นผลดีต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจเอเชีย

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมแทรกแซงตลาดเงินร่วมกับญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าการอ่อนค่าลงอย่างหนักของเงินเยนถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในเอเชีย

สรุปข่าว

สาเหตุของการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น แต่นับตั้งแต่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว เงินเยนก็เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมแทรกแซงตลาดเงินร่วมกับญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าการอ่อนค่าลงอย่างหนักของเงินเยนถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในเอเชีย

เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) ว่า เขาเชื่อว่าวิกฤตการเงินเอเชียที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเงินเยนที่อ่อนค่าเกินไป ดังนั้น ผมจึงคิดว่าเงินเยนที่มีเสถียรภาพไม่เพียงมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งภูมิภาค เพราะหากเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมาก สกุลเงินอื่น ๆ ก็จะอ่อนค่าตามไปด้วย เบสเซนต์กล่าว

รมว.คลังสหรัฐฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของเงินวอนเกาหลีใต้ และมุมมองที่ว่าเงินหยวนของจีนมีค่าต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมเน้นย้ำว่า การปกป้องเงินเยนจากภาวะไร้เสถียรภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากปริมาณการค้า ขนาดเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และการมีส่วนร่วมของญี่ปุ่นในตลาดเงินออมทั่วโลก

รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าใจในประเด็นนี้ดี และเราภูมิใจที่ได้เคียงข้างพวกเขาในการนำนโยบายเหล่านี้มาปฏิบัติ เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาค เบสเซนต์กล่าวเสริม

การให้สัมภาษณ์ล่าสุดของเบสเซนต์มีขึ้นสองวันหลังจากที่เขาออกมายืนยันว่า สหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศในนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.) เพื่อพยุงค่าเงินเยน หลังจากที่เงินเยนทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายเดือนก.ค. โดยการแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อเงินเยนร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน

ขณะเดียวกัน เบสเซนต์ยังกล่าวด้วยว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมในการทำงานร่วมกับซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไปเพื่อทำให้ค่าเงินเยนกลับสู่ ราคาดุลยภาพที่เป็นปกติมากขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในการยืนยันเรื่องการแทรกแซงค่าเงินเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เบสเซนต์และคาตายามะต่างกล่าวว่า หน่วยงานด้านการเงินของทั้งสองประเทศจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการร่วมกันอีกหากจำเป็น

การแทรกแซงร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งในตอนนั้นเป็นการแทรกแซงเพื่อขายเงินเยน หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น จนส่งผลให้เกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเชอร์โนบิลในปี 2529 โดยในครั้งนั้น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับกลุ่มประเทศ G7 ในการขายเงินเยนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นเร็วเกินไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นขอ ความช่วยเหลือเล็กน้อย ในการพยุงค่าเงินเยน พร้อมยกย่องการประสานงานร่วมกันในครั้งนี้ว่าเป็น สัญญาณแห่งมิตรภาพ และเชื่อว่าการดำเนินการนี้จะเป็นประโยชน์ทางการเงินสำหรับสหรัฐฯ และดีต่อเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ เบสเซนต์ยังได้กล่าวชื่นชมความพยายามอย่างยาวนานของญี่ปุ่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาผ่านผสมผสานนโยบาย เช่น การผ่อนคลายทางการเงิน การกระตุ้นทางการคลัง และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ซึ่งอ้างอิงถึงนโยบาย อาเบะโนมิกส์ (Abenomics) ของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ

ญี่ปุ่นพ้นจากภาวะเงินฝืดแล้ว และพวกเขากำลังกลับมา เบสเซนต์กล่าว ผมคิดว่าในจุดนี้เราสามารถส่งสัญญาณแก่ตลาดได้ แต่สุดท้ายแล้วก็คือนโยบายและปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งสหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมเพราะเรามองทิศทางนโยบายของพวกเขาในแง่ดีมาก

เมื่อถูกถามว่าทิศทางต่อไปของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ควรเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า เขาไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นภายใต้การนำของคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ควรจะต้องทำอย่างไร

ผมรู้จักกับผู้ว่าฯ อุเอดะมานานกว่า 15 ปี และผมเชื่อว่า เขาจะทำในสิ่งที่จำเป็น เบสเซนต์กล่าว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รมว.คลังสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เขารอคอยที่จะได้พบกับอุเอดะในช่วงปลายเดือนส.ค.นี้ ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20

ทั้งนี้ สาเหตุของการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น แต่นับตั้งแต่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว เงินเยนก็เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้เล่นในตลาดกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของประเทศที่ย่ำแย่ลง เนื่องจากเธอสนับสนุนแนวนโยบายเศรษฐกิจของอาเบะ และดำเนินนโยบายทางการคลังแบบขยายตัว

เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนญี่ปุ่นในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน และช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจโลก เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด

ที่มาข้อมูล : ข่าวต่างประเทศ

ที่มารูปภาพ : TNN

Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน