โกลเบล็กแนะย่อซื้อทองคำ ชี้เป้าทองไทยต่ำ 6 หมื่น

Share on Line Share on Facebook Share on X

สถานการณ์ราคาทองคำ (Gold Spot) ล่าสุดแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) อยู่บริเวณ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีจังหวะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์หลายครั้งแต่ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้ราคายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 16 ก.ค. 2569 ประเมินทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนทองคำในระยะนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

เงินเฟ้อชะลอ-เฟดลดความแข็งกร้าว หนุนราคาทอง

ปัจจัยบวกสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนทิศทางราคาทองคำในปัจจุบัน คือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 3.5% (จากเดือนพฤษภาคมที่อยู่ราว 4.2%) ปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงถึง 10%

จากการชะลอตัวของเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยประเมินว่า FED มีโอกาสที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม, กันยายน และตุลาคม และอาจเหลือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในเดือนธันวาคมปลายปีนี้เท่านั้น ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ผ่อนคลายกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่มองว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยถึง 2-3 ครั้ง

สรุปข่าว

ราคาทองคำปัจจุบันแกว่งตัวออกข้างบริเวณ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเหลือ 3.5% ส่งผลให้ตลาดคาดว่าเฟดจะลดความแข็งกร้าวและเหลือโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในช่วงปลายปี ขณะที่ปัจจัยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นั้นตลาดได้ซึมซับข่าวไปพอสมควรแล้ว ทาง บล.โกลเบล็ก จึงแนะนำกลยุทธ์ "ย่อเข้าซื้อสะสม" โดยให้กรอบแนวรับสำคัญของราคาทองคำโลกที่ 3,800-4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินจุดเข้าสะสมสำหรับทองคำไทยที่ระดับราคาต่ำกว่า 60,000 บาท

สถานการณ์ราคาทองคำ (Gold Spot) ล่าสุดแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) อยู่บริเวณ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีจังหวะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์หลายครั้งแต่ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้ราคายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 16 ก.ค. 2569 ประเมินทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนทองคำในระยะนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

เงินเฟ้อชะลอ-เฟดลดความแข็งกร้าว หนุนราคาทอง

ปัจจัยบวกสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนทิศทางราคาทองคำในปัจจุบัน คือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 3.5% (จากเดือนพฤษภาคมที่อยู่ราว 4.2%) ปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงถึง 10%

จากการชะลอตัวของเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยประเมินว่า FED มีโอกาสที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม, กันยายน และตุลาคม และอาจเหลือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในเดือนธันวาคมปลายปีนี้เท่านั้น ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ผ่อนคลายกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่มองว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยถึง 2-3 ครั้ง

ตลาดซึมซับข่าวความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับประเด็นความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะมีความเคลื่อนไหวเชิงลบ เช่น การโจมตีเรือและปิดล้อมท่าเรือ แต่ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้สร้างความผันผวนต่อราคาทองคำรุนแรงเหมือนในอดีต (ที่เคยทำให้ราคาสวิงตัวในระดับ 100 ดอลลาร์) ตลาดได้ซึมซับข่าวดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ทำให้ราคาทองคำจะตอบสนองต่อข่าวสงครามเพียงระยะสั้นเท่านั้น และขณะนี้ตลาดยังรอปัจจัยใหม่ที่ชัดเจนเข้ามาขับเคลื่อนทิศทางราคา

กลยุทธ์การลงทุน เน้นย่อสะสมที่แนวรับ

บล.โกลเบล็ก ยังคงแนะนำกลยุทธ์ "ย่อเข้าซื้อ รอขาย" ที่บริเวณกรอบแนวรับ เนื่องจากระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญ เมื่อราคาหลุดระดับนี้มักจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาเสมอ

  • ราคาทองคำโลก (Gold Spot) แนะนำทยอยเข้าซื้อสะสมในกรอบ 3,800 - 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีกรอบการเก็งกำไรระยะสั้นอยู่ที่แนวรับ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เป้าหมายทำกำไรกรอบบนประเมินไว้ที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

  • ราคาทองคำไทย (ทองแท่ง) ประเมินกรอบการเก็งกำไรระยะสั้นอยู่ที่ 62,500 - 65,500 บาท อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวย่อลงมาต่ำกว่าระดับ 60,000 บาท (บริเวณ 59,000 ปลายๆ ถึง 60,000 บาท) ถือเป็นจุดที่น่าสนใจและเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มต้นทยอยเข้าสะสม

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน