
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังมองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับตอบคำถาม หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ภาพที่ใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นในวันนี้ AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยอีกต่อไป
มุมมองดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นบนเวที KRUNGSRI PRIVATE BANKING Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026 ภายใต้หัวข้อ AI x Investing ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก Microsoft Thailand, Solana, Invesco และ บลจ.กรุงศรี มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการลงทุนในยุค AI
“AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่ตอบคำถาม ไปสู่ AI Action และ Autonomous Process ที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง” วิไลพร ทวีลาภพันทอง Deputy Managing Director, Microsoft Thailand กล่าว พร้อมชี้ว่าองค์กรชั้นนำทั่วโลกเริ่มนำ AI Agent เข้ามาเก็บองค์ความรู้จากพนักงานอาวุโส ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานสู่พนักงานรุ่นใหม่ รวมถึงช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
แต่ผลกระทบของ AI อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กร หากยังขยายไปสู่การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างระบบการเงินในอนาคต ซึ่ง Teddy Hung, Head of Business Development & Advisory, Solana Company มองว่า เมื่อถึงจุดนั้น ระบบการเงินแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้อีกต่อไป เพราะโลกที่เครื่องจักรสื่อสารและแลกเปลี่ยนมูลค่าระหว่างกันต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และมีต้นทุนธุรกรรมต่ำมาก
ขณะที่โลกเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาพเศรษฐกิจโลกก็ยังเต็มไปด้วยปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ แต่ David Chao, Global Market Strategist Asia Pacific ex Japan, Invesco มองว่า ตลาดหุ้นและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีระดับหนี้สินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ จึงมีความสามารถในการรองรับความผันผวนและรักษากำลังซื้อได้ดี อีกทั้งยังได้ให้มุมมองด้านนโยบายการเงินว่า ตลาดอาจให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่ Fed จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป โดยยังมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นแนวโน้มหลัก แม้ว่าภายใต้ประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ตลาดพันธบัตรอาจมีความผันผวนมากขึ้นจากการที่ Fed จะลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าแก่ตลาด
สรุปข่าว
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังมองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับตอบคำถาม หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ภาพที่ใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นในวันนี้ AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยอีกต่อไป
มุมมองดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นบนเวที KRUNGSRI PRIVATE BANKING Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026 ภายใต้หัวข้อ AI x Investing ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก Microsoft Thailand, Solana, Invesco และ บลจ.กรุงศรี มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการลงทุนในยุค AI
“AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่ตอบคำถาม ไปสู่ AI Action และ Autonomous Process ที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง” วิไลพร ทวีลาภพันทอง Deputy Managing Director, Microsoft Thailand กล่าว พร้อมชี้ว่าองค์กรชั้นนำทั่วโลกเริ่มนำ AI Agent เข้ามาเก็บองค์ความรู้จากพนักงานอาวุโส ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานสู่พนักงานรุ่นใหม่ รวมถึงช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
แต่ผลกระทบของ AI อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กร หากยังขยายไปสู่การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างระบบการเงินในอนาคต ซึ่ง Teddy Hung, Head of Business Development & Advisory, Solana Company มองว่า เมื่อถึงจุดนั้น ระบบการเงินแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้อีกต่อไป เพราะโลกที่เครื่องจักรสื่อสารและแลกเปลี่ยนมูลค่าระหว่างกันต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และมีต้นทุนธุรกรรมต่ำมาก
ขณะที่โลกเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาพเศรษฐกิจโลกก็ยังเต็มไปด้วยปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ แต่ David Chao, Global Market Strategist Asia Pacific ex Japan, Invesco มองว่า ตลาดหุ้นและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีระดับหนี้สินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ จึงมีความสามารถในการรองรับความผันผวนและรักษากำลังซื้อได้ดี อีกทั้งยังได้ให้มุมมองด้านนโยบายการเงินว่า ตลาดอาจให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่ Fed จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป โดยยังมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นแนวโน้มหลัก แม้ว่าภายใต้ประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ตลาดพันธบัตรอาจมีความผันผวนมากขึ้นจากการที่ Fed จะลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าแก่ตลาด
ดังนั้น การถือเงินสดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม แต่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารทุนมากกว่าตราสารหนี้ เนื่องจากราคาตราสารหนี้จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นตามแรงกดดันของเงินเฟ้อ เมื่อทั้งเทคโนโลยีและเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเปลี่ยนโลกอย่างไร แต่คือผู้ลงทุนควรเลือกกลยุทธ์การลงทุนแบบใด เพื่อให้พอร์ตสามารถปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับการพูดถึงในงานสัมมนาครั้งนี้คือ “Momentum Investing” ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง และสามารถปรับพอร์ตตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างเป็นระบบ วริทธิ์ธร ธนวณิชย์กุล Senior Manager, SEA Intermediary Distribution, Invesco อธิบายเพิ่มเติมว่า Momentum Investing เป็นกลยุทธ์ที่ใช้หลักเกณฑ์เชิงระบบ (Rules-Based) ในการคัดเลือกหุ้น ช่วยลดอิทธิพลของอารมณ์ในการลงทุน และเปิดโอกาสให้พอร์ตสามารถหมุนเข้าสู่หุ้นผู้นำรอบใหม่ได้เมื่อแนวโน้มตลาดเปลี่ยน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน กองทุนเปิดกรุงศรี S&P 500 Momentum (KF-SP500M) ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco S&P 500® Momentum ETF โดยใช้แนวทาง Rules-Based คัดเลือกหุ้นประมาณ 100 บริษัทที่มีผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงดีที่สุดย้อนหลัง 12 เดือน พร้อมปรับพอร์ตปีละสองครั้งในเดือนมีนาคมและกันยายน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา ปัจจุบัน กองทุนให้น้ำหนักกับกลุ่ม Information Technology โดยเฉพาะบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในยุคปัญญาประดิษฐ์
ในมุมของการจัดพอร์ตลงทุน เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์, CFA ประธานเจ้าหน้าที่งานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด ได้ให้มุมมองเสริมว่า หากพิจารณาผลตอบแทนในลักษณะ Rolling Return กลยุทธ์ Momentum มีสถิติที่สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีอ้างอิงได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อถือครองในระยะยาว สะท้อนถึงศักยภาพของกลยุทธ์ในการสร้างผลตอบแทนผ่านการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรตลาด ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายโอกาสการลงทุนจากเมกะเทรนด์ AI ยังสามารถต่อยอดการลงทุนไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเฉพาะด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสรับประโยชน์จากการเติบโตของห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่เป็นรากฐานสำคัญของ AI กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียเทคอิควิตี้ (KF-ATECH) มุ่งเน้นการลงทุนในผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก อีกทั้งยังมีระดับมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานที่หลายฝ่ายมองว่าน่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐฯ
สำหรับผู้ลงทุนที่มองหาความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กองทุนเปิดกรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์–สะสมมูลค่า (KFHTECH-A) มีการบริหารพอร์ตเชิงรุก โดยล่าสุดได้ปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เพื่อลดความเสี่ยงจาก AI Disruption และหมุนการลงทุนเข้าสู่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อรับประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก
ขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือ www.krungsri.com
คำเตือน : ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | KF-SP500M และ KF-ATECH ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | KFHTECH-A ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน.
ที่มาข้อมูล : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
