นับถอยหลัง 12 ปี! ไทยตั้งเป้าสู่ประเทศรายได้สูง ดันขีดความสามารถแข่งขันติด Top 20 โลกในปี 2573
ประเทศไทยกำลังวางเป้าหมายทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ นั่นคือการยกระดับประเทศจากกลุ่ม "รายได้ปานกลาง" ไปสู่ "ประเทศรายได้สูง" ภายในระยะเวลา 12 ปี พร้อมตั้งเป้าขยับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ติด 20 อันดับแรกของโลกภายในปี 2573
เป้าหมายดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามสำคัญคือ ไทยจะเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กรอ. วาง 3 เป้าหมายใหญ่ พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กรอ. มีมติร่วมกันใน 3 ประเด็นสำคัญ
เป้าหมายแรก คือ การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น "ประเทศรายได้สูง" หรือ High-Income Country ภายใน 12 ปี
เป้าหมายที่สอง คือ การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ติด 20 อันดับแรกของโลกภายในปี 2573 หรือภายในอีกเพียง 4 ปีข้างหน้า
ส่วนเป้าหมายที่สาม คือ การเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 2.7% ให้สูงกว่า 3% ในระยะสั้น และเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5-5.5% ในระยะยาว
เป้าหมายทั้งหมดนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการปลดล็อกเศรษฐกิจไทยจากภาวะเติบโตต่ำที่ดำเนินมายาวนาน และหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางที่ไทยเผชิญมานานหลายสิบปี
ประเทศรายได้สูง คืออะไร?
คำว่า "ประเทศรายได้สูง" ไม่ได้หมายถึงเพียงเศรษฐกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเกณฑ์ที่ธนาคารโลก (World Bank) ใช้วัดระดับรายได้ของประชากรในแต่ละประเทศ
เกณฑ์สำคัญคือ รายได้ประชาชาติต่อหัว หรือ GNI per capita ซึ่งต้องสูงกว่าระดับที่ธนาคารโลกกำหนดในแต่ละปี
ปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ประเทศในกลุ่มรายได้สูงมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นั่นหมายความว่า ไทยจำเป็นต้องเพิ่มรายได้เฉลี่ยของประชาชนให้สูงขึ้นเกือบเท่าตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลข GDP แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งระบบเศรษฐกิจ สร้างงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น และยกระดับรายได้ของประชาชนในวงกว้าง
สรุปข่าว
นับถอยหลัง 12 ปี! ไทยตั้งเป้าสู่ประเทศรายได้สูง ดันขีดความสามารถแข่งขันติด Top 20 โลกในปี 2573
ประเทศไทยกำลังวางเป้าหมายทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ นั่นคือการยกระดับประเทศจากกลุ่ม "รายได้ปานกลาง" ไปสู่ "ประเทศรายได้สูง" ภายในระยะเวลา 12 ปี พร้อมตั้งเป้าขยับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ติด 20 อันดับแรกของโลกภายในปี 2573
เป้าหมายดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามสำคัญคือ ไทยจะเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กรอ. วาง 3 เป้าหมายใหญ่ พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กรอ. มีมติร่วมกันใน 3 ประเด็นสำคัญ
เป้าหมายแรก คือ การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น "ประเทศรายได้สูง" หรือ High-Income Country ภายใน 12 ปี
เป้าหมายที่สอง คือ การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ติด 20 อันดับแรกของโลกภายในปี 2573 หรือภายในอีกเพียง 4 ปีข้างหน้า
ส่วนเป้าหมายที่สาม คือ การเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 2.7% ให้สูงกว่า 3% ในระยะสั้น และเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5-5.5% ในระยะยาว
เป้าหมายทั้งหมดนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการปลดล็อกเศรษฐกิจไทยจากภาวะเติบโตต่ำที่ดำเนินมายาวนาน และหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางที่ไทยเผชิญมานานหลายสิบปี
ประเทศรายได้สูง คืออะไร?
คำว่า "ประเทศรายได้สูง" ไม่ได้หมายถึงเพียงเศรษฐกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเกณฑ์ที่ธนาคารโลก (World Bank) ใช้วัดระดับรายได้ของประชากรในแต่ละประเทศ
เกณฑ์สำคัญคือ รายได้ประชาชาติต่อหัว หรือ GNI per capita ซึ่งต้องสูงกว่าระดับที่ธนาคารโลกกำหนดในแต่ละปี
ปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ประเทศในกลุ่มรายได้สูงมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นั่นหมายความว่า ไทยจำเป็นต้องเพิ่มรายได้เฉลี่ยของประชาชนให้สูงขึ้นเกือบเท่าตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลข GDP แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งระบบเศรษฐกิจ สร้างงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น และยกระดับรายได้ของประชาชนในวงกว้าง
สูตรเศรษฐกิจไทย ต้องเล่นเป็นทีมเหมือนฟุตบอล
รัฐบาลมองว่าการจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนทีมฟุตบอลที่ต้องมีกองหลัง กองกลาง และกองหน้า ทำหน้าที่ประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งแต่การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศในอนาคต
กองหลัง : วินัยการคลัง สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
พื้นฐานสำคัญที่สุดของการเติบโตระยะยาว คือ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง การบริหารหนี้สาธารณะ และการรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศ
ล่าสุด S&P Global Ratings ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook
ขณะเดียวกัน สถาบัน IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 ของโลก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย แม้โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
กองกลาง : โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ หัวใจของการแข่งขัน
หากอดีตไทยแข่งขันด้วยแรงงานราคาถูก อนาคตการแข่งขันจะอยู่ที่คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลจึงมุ่งยกระดับระบบรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น
* ระบบไฟฟ้าที่มั่นคง
* แหล่งน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรม
* พลังงานสะอาด
* อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
* ดาต้าเซ็นเตอร์
* AI Infrastructure
* กฎหมายที่ทันสมัย
* แรงงานทักษะสูง
ทั้งหมดนี้คือปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกฐานการผลิตและการลงทุนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
กองหน้า : 7 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้ให้ประเทศ
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ คือ การผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 กลุ่ม เพื่อเป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ในอนาคต
1. เกษตรและอาหาร
ไทยต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ส่งออกวัตถุดิบ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูป เทคโนโลยีอาหาร และนวัตกรรมด้านอาหาร
เป้าหมายระยะยาว คือ การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก
2. ยานยนต์แห่งอนาคต
รัฐบาลเดินหน้าผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ของภูมิภาค
3. อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล
กระแส AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ไทยจึงต้องเร่งดึงดูดการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และธุรกิจดิจิทัลขั้นสูง
4. ยาและสุขภาพ
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านบริการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อุตสาหกรรมสุขภาพจึงถูกวางให้เป็น New Growth Engine ที่สำคัญในอนาคต
5. การท่องเที่ยว
เป้าหมายใหม่ไม่ใช่เพียงจำนวนนักท่องเที่ยว แต่เป็นการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ใช้จ่ายมากขึ้น และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ
6. การค้า
ไทยต้องการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค เชื่อมโยงตลาดโลกผ่านเครือข่ายการค้าสมัยใหม่
7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ตั้งแต่ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น เกม และ Soft Power ล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง และสามารถสร้างรายได้มากกว่าการผลิตแบบดั้งเดิม
4 เสาหลัก พาไทยไปสู่ประเทศรายได้สูง
เพื่อให้เครื่องยนต์ทั้ง 7 ตัวเดินหน้าได้เต็มกำลัง รัฐบาลวางแนวทางขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ
เสาที่ 1 : การลงทุนใหม่
ปัจจุบันการลงทุนของไทยคิดเป็นประมาณ 22% ของ GDP
เป้าหมายคือเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 30% ภายใน 4 ปี เพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
เสาที่ 2 : การค้าและบริการ
ยกระดับภาคบริการและการค้าให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
เสาที่ 3 : ทุนมนุษย์
เร่งพัฒนาคนไทยให้พร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการส่งเสริม
* STEM
* Startup
* AI Talent
* Upskill
* Reskill
* ทักษะแห่งอนาคต
เสาที่ 4 : ภาครัฐประสิทธิภาพสูง
ลดอุปสรรคจากระบบราชการที่ล่าช้า ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และอำนวยความสะดวกต่อการลงทุน
พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA ดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าโลก
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการค้าและการส่งออก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยต้องเร่งเดินหน้าข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเปิดตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
พร้อมกันนี้จะมุ่งกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังผู้ประกอบการ SME และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงยกระดับภาคเกษตรผ่านการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้า และพัฒนาผลผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก
เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยให้เป็น "ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร" หรือ Food Security Hub ของภูมิภาคและของโลกภายใน 4 ปีข้างหน้า
ความฝันใหม่ของเศรษฐกิจไทย
อีก 12 ปีข้างหน้า ประเทศไทยตั้งเป้าก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศรายได้สูง และภายในปี 2573 ต้องขยับขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน
เป้าหมายนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่หมายถึงรายได้ที่สูงขึ้น งานที่มีคุณภาพมากขึ้น โอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันผลักดันการลงทุน ยกระดับทักษะแรงงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศไทยกำลังเริ่มต้นการนับถอยหลังครั้งสำคัญ และคำตอบว่าความฝัน "ประเทศรายได้สูง" จะกลายเป็นความจริงหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการลงมือทำของวันนี้มากกว่าที่เคยเป็นมา
- กนง.เพิ่มเป้า GDP ปีนี้ 2.3% หนุนหุ้นไทยฟื้น-แนะสะสมทองคำ
- นับถอยหลัง 12 ปี! ไทยหวังขึ้นแท่น “ประเทศรายได้สูง”
- ชิงฐานเสียงคนเมือง อนุชา - ชัยวัฒน์ เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
- "ลิซ่า" เรียกคนได้จริง! แห่จองเที่ยวไทยพุ่ง “ทะเลบัวแดง” หมุดหมายใหม่โลก
- ฟื้นคืนชีพ "Made in Thailand" กลับมารอบนี้ไม่เหมือนเดิม?
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย มติที่ประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ครั้งที่ 1/ ปี 2569
ที่มารูปภาพ : Gemini 3 GPT Image
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
