ชิงฐานเสียงคนเมือง อนุชา - ชัยวัฒน์ เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชิงฐานเสียงคนเมือง อนุชา  - ชัยวัฒน์  เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครตอบโจทย์ปากท้องมากกว่ากัน 


ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ผู้สมัครหลายรายต่างชูนโยบายหลากหลายด้านเพื่อแก้ปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ แต่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และความกังวลเรื่องรายได้ของประชาชน ทำให้ประเด็น "ปากท้อง" กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่


ด้วยเหตุนี้ นโยบายด้านเศรษฐกิจจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยหนึ่งในคู่เปรียบเทียบที่น่าสนใจคือ อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ที่ต่างนำเสนอแนวทางเพิ่มรายได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และบรรเทาภาระค่าครองชีพในมุมมองที่แตกต่างกัน บทความ TNN Wealth นี้จะพาไปเจาะแนวคิดและนโยบายสำคัญของทั้งสองฝ่าย เพื่อดูว่าใครมีคำตอบต่อโจทย์เศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ มากกว่ากัน


อนุชา บูรพชัยศรี : ดันเศรษฐกิจเมือง สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้คนกรุง


นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยชูแนวคิดการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าในชุมชน ไปจนถึงภาคธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญของกรุงเทพฯ


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ นายอนุชา นำเสนอคือ การมีรายได้มากขึ้น โดยการเพิ่มรายได้ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำงบประมาณกลับมาพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเสนอการจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับ กทม. ควบคู่กับการผลักดันโครงการจ้างงานสำหรับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหลังเกษียณเข้ามามีบทบาทในฐานะอาสาสมัครและสร้างรายได้เสริม


นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนา กทม. สู่การเป็น Smart City ด้วยการปรับปรุงระบบการอนุญาตและบริการภาครัฐให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและอุปสรรคทางธุรกิจ เพื่อเอื้อต่อการลงทุนและการประกอบการ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเกษตรชานเมือง เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ


ประกอบกับการเร่งประสานรัฐบาลและเอกชนเพื่อผลักดัน "ระบบตั๋วร่วม" ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อลดภาระค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อย่างโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน


แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายในการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจเมืองในระยะยาว

สรุปข่าว

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น ประเด็น "ปากท้อง" กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่คนกรุงเทพฯ ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนต่อไป

เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครตอบโจทย์ปากท้องมากกว่ากัน 


ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ผู้สมัครหลายรายต่างชูนโยบายหลากหลายด้านเพื่อแก้ปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ แต่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และความกังวลเรื่องรายได้ของประชาชน ทำให้ประเด็น "ปากท้อง" กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่


ด้วยเหตุนี้ นโยบายด้านเศรษฐกิจจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยหนึ่งในคู่เปรียบเทียบที่น่าสนใจคือ อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ที่ต่างนำเสนอแนวทางเพิ่มรายได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และบรรเทาภาระค่าครองชีพในมุมมองที่แตกต่างกัน บทความ TNN Wealth นี้จะพาไปเจาะแนวคิดและนโยบายสำคัญของทั้งสองฝ่าย เพื่อดูว่าใครมีคำตอบต่อโจทย์เศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ มากกว่ากัน


อนุชา บูรพชัยศรี : ดันเศรษฐกิจเมือง สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้คนกรุง


นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยชูแนวคิดการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าในชุมชน ไปจนถึงภาคธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญของกรุงเทพฯ


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ นายอนุชา นำเสนอคือ การมีรายได้มากขึ้น โดยการเพิ่มรายได้ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำงบประมาณกลับมาพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเสนอการจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับ กทม. ควบคู่กับการผลักดันโครงการจ้างงานสำหรับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหลังเกษียณเข้ามามีบทบาทในฐานะอาสาสมัครและสร้างรายได้เสริม


นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนา กทม. สู่การเป็น Smart City ด้วยการปรับปรุงระบบการอนุญาตและบริการภาครัฐให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและอุปสรรคทางธุรกิจ เพื่อเอื้อต่อการลงทุนและการประกอบการ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเกษตรชานเมือง เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ


ประกอบกับการเร่งประสานรัฐบาลและเอกชนเพื่อผลักดัน "ระบบตั๋วร่วม" ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อลดภาระค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อย่างโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน


แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายในการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจเมืองในระยะยาว

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร : ค้าขายง่าย ลดต้นทุน สร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้คนกรุง


นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ชูนโยบาย "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ" โดยหนึ่งใน 4 เสาหลักสำคัญคือ "ค้าขายง่าย" ที่มุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานในเมือง


นโยบายสำคัญประกอบด้วยการจัดระเบียบและเพิ่มพื้นที่ค้าขายสำหรับหาบเร่แผงลอยอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการแก้ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่วยผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนและอุปสรรคในการประกอบอาชีพของประชาชน


นอกจากนี้ ยังเสนอเพิ่มงบประมาณพัฒนาย่านท่องเที่ยวใหม่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ชุมชน รวมถึงผลักดันโครงการ "หวยใบเสร็จ SMEs" เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายกับผู้ประกอบการรายย่อยและช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านค้าในท้องถิ่น


ในด้านค่าครองชีพ ชัยวัฒน์ยังเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจกับการลดภาระประชาชน ผ่านการพัฒนาระบบขนส่งและทางเลือกการเดินทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการมีสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโต

แม้นโยบายด้านเศรษฐกิจของทั้งสองผู้สมัครจะมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนกรุงเทพฯ แต่แนวทางดำเนินการมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน


โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการสร้างงาน ส่งเสริมการลงทุน และพัฒนาเมืองให้เอื้อต่อการทำธุรกิจในระยะยาว 


ขณะที่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคในการประกอบอาชีพ เพิ่มพื้นที่และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ค้ารายย่อย รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้าถึงประชาชนโดยตรง


ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าแนวทางใดดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่านโยบายของผู้สมัครคนใดตอบโจทย์ชีวิตและความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ยังเป็นประเด็นสำคัญของคนเมืองในปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล : TNN Wealth

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth