เปิดเงื่อนไข 14 ข้อ "MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน"

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดเงื่อนไข 14 ข้อ "MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน"

สหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดทำ “บันทึกความเข้าใจ” หรือ MoU เพื่อเป็นกรอบยุติความขัดแย้งและเปิดทางสู่การเจรจาระยะยาว หลังจากความตึงเครียดและการเผชิญหน้าทางทหารที่ยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สรุปข่าว

MoU ฉบับนี้ยังไม่ใช่ “ข้อตกลงสันติภาพถาวร” แต่เป็นกรอบหยุดความขัดแย้งชั่วคราวและเปิดเวลา 60 วันเพื่อแก้โจทย์ใหญ่จริง ๆ เช่น นิวเคลียร์ การคว่ำบาตร และความมั่นคงในตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดทำ “บันทึกความเข้าใจ” หรือ MoU เพื่อเป็นกรอบยุติความขัดแย้งและเปิดทางสู่การเจรจาระยะยาว หลังจากความตึงเครียดและการเผชิญหน้าทางทหารที่ยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศ MoU ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง เพราะเกิดความขัดแย้งต่อเนื่องในภูมิภาคและการเจรจาบางส่วนถูกเลื่อนออกไป ทำให้หลายฝ่ายยังตั้งคำถามว่าข้อตกลงนี้จะเดินหน้าสู่ข้อตกลงถาวรได้หรือไม่ โดยรายละเอียดของ ทั้ง 14 ข้อใน MOU ประกอบไปด้วย

1) ยุติสงครามและปฏิบัติการทางทหารทันที สหรัฐฯ อิหร่าน และฝ่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ตกลงให้มีการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบทันที รวมถึงพื้นที่ในเลบานอน และจะไม่เริ่มสงครามหรือใช้กำลังต่อกันอีกในอนาคต แนวคิดนี้จะถูกบรรจุในข้อตกลงถาวรภายหลัง

2) เคารพอธิปไตยของกันและกัน ทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย หมายถึงลดการใช้อิทธิพลทางการเมือง ข่าวกรอง หรือแรงกดดันโดยตรง

3) เจรจาข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน MoU นี้เป็นเพียงกรอบชั่วคราว โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าทำข้อตกลงถาวรให้ได้ภายใน 60 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากตกลงร่วมกัน

4) สหรัฐฯ เริ่มยกเลิกการปิดกั้นทางทะเล ทันทีหลังลงนาม สหรัฐฯ จะเริ่มถอนมาตรการสกัดกั้นทางทะเลและลดแรงกดดันต่อการเดินเรือของอิหร่าน โดยตั้งเป้าฟื้นการเดินเรือให้กลับสู่ระดับก่อนสงครามภายใน 30 วัน หลังมีข้อตกลงสุดท้าย จะมีการลดกำลังทหารใกล้อิหร่านเพิ่มเติม

5) อิหร่านรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือ อิหร่านจะอำนวยความปลอดภัยให้เรือพาณิชย์เดินทางผ่านจากอ่าวเปอร์เซียไปทะเลโอมานและย้อนกลับ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วันแรก

6) ร่วมมือบริหารเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจะสร้างกลไกเพื่อให้การค้าทางทะเลและพลังงานกลับมาทำงานได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

7) สหรัฐฯ สนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่าน มีการระบุกรอบสนับสนุนทางการเงินและการฟื้นฟูหลังสงคราม ซึ่งตัวเลขที่ถูกพูดถึงอยู่ที่ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยผูกกับการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

8) เริ่มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร สหรัฐฯ จะเริ่มกระบวนการลดหรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน เพื่อให้อิหร่านกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกได้มากขึ้น

9) ปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด มีกรอบสำหรับคืนหรือเปิดการเข้าถึงทรัพย์สินและเงินทุนของอิหร่านที่ถูกแช่แข็งไว้ในต่างประเทศภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลง

10) อิหร่านยืนยันไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านย้ำจุดยืนว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อสำคัญที่สุดของข้อตกลง

11) จัดการยูเรเนียมเข้มข้นภายใต้การกำกับระหว่างประเทศ ประเด็นคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านจะถูกหารือและจัดการภายใต้การตรวจสอบระหว่างประเทศ แต่รายละเอียดขั้นสุดท้ายยังไม่ได้กำหนด

12) รักษาสถานะนิวเคลียร์เดิมระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ในช่วง 60 วัน อิหร่านจะไม่ขยายกิจกรรมนิวเคลียร์เพิ่มเติม และจะคงสถานะเดิมไว้ระหว่างเจรจา

13) สหรัฐฯ งดมาตรการกดดันใหม่ระหว่างเจรจาสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่หรือเพิ่มแรงกดดันทางทหารระหว่างช่วงเจรจา หากอิหร่านยังปฏิบัติตามข้อตกลง

14) ข้อตกลงสุดท้ายจะถูกผลักดันสู่ระดับสหประชาชาติ หากการเจรจาสำเร็จ ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะถูกเสนอให้รับรองในระดับนานาชาติผ่านกลไกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อเพิ่มผลผูกพันทางกฎหมาย

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : TNN

Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน