"เที่ยวไทย" กลับมาแล้ว!! ต่างชาติพุ่งวันละ 1.3 แสนคน จีนกลับมายืนหนึ่ง ลุ้นโตต่อเนื่องทะลุเป้า โกยเงินสะพัดล้านล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ข่าวดี!! "เที่ยวไทย" แรงไม่หยุด นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 1.3 แสนคนต่อวัน คนจีนคืนบัลลังก์ตลาดหลัก


เที่ยวไทยฟื้นแรง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เดินทางเข้าประเทศไทยพุ่งแรงแต่ละวันมากกว่า 1.3 แสนคน นี่ คือ ความหวังของประเทศ ที่เราจะได้โกยเงิน โกยรายได้ กันอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมาเราพลาดเป้าไป จากปมของนักท่องเที่ยวจีน ที่ล่าสุดก็มีตัวเลขยืนยันว่าคนจีนเองก็กลับมาเที่ยวไทยแล้วเช่นกัน 


ประเทศไทยกำลังขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกอีกครั้ง ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยที่พุ่งแรงมากกว่า 130,000 คนต่อวัน เป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าภาคการท่องเที่ยวของเรากำลังกลับมาเดินเครื่องอย่างเต็มที่เต็มกำลังอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย 


ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับ “หลักแสนรายต่อวัน” มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงแรงส่งของอุปสงค์การท่องเที่ยวโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และความสามารถของไทยในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา


และหากเราคิดคำนวณจากตัวเลขเฉลี่ยวันละ 130,000 คน จะเทียบเท่ากับนักท่องเที่ยวกว่า 3.9 ล้านคนต่อเดือน หรือเกือบ 47 ล้านคนต่อปี และถ้าหากไทยเรายังสามารถรักษาระดับตัวเลขนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็หมายความว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมต่อปีในปีนี้ เราจะมีโอกาสแตะระดับมากกว่า 40 ล้านคนได้ ซึ่งจะเข้าใกล้ระดับสูงสุดก่อนการเกิดโควิดในปี 2562 ที่ในยุคนั้นประเทศไทยเคยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 39.8 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.9 ล้านล้านบาท


ย้อนกลับไปในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 35 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.6–1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งตลาดต่างชาติและในประเทศรวมกันมากกว่า 2.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 12–15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) 


ด้านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม หรือ Targeted Tourism Promotion ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับที่น่าพอใจ


โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นร้อนเรื่องของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะช่วงก่อนเกิดโควิด-19 คนจีนเคยเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทย โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 11 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละมากกว่า 30,000 คน แต่ในช่วงหลังการเปิดประเทศใหม่ ๆ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอย่างช้า ๆ เนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ มาตรการควบคุมการเดินทางในบางช่วงเวลา รวมถึงประเด็นข่าวด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน


ทางกระทรวงระบุว่า ในช่วงหนึ่งของปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ประมาณวันละ 10,000 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านการตลาด การโรดโชว์ในเมืองสำคัญของจีน การประสานงานกับสายการบินเพื่อเพิ่มเที่ยวบิน การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุดตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น  โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีความคึกคักอย่างมาก มีรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยฟื้นตัว ด้วยตัวเลขที่พุ่งเกือบ 30,000 คนต่อวัน ใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิด และคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสี่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในแต่ละวัน และกลับมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเบอร์หนึ่งอีกครั้ง 


ดังนั้นการฟื้นตัวของตลาดจีนจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้รวม เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าชาติในอื่นในกลุ่มระยะใกล้ คือ เฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปอยู่ในระดับ 40,000–50,000 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง หากคูณด้วยจำนวนเกือบ 30,000 คนต่อวัน หมายถึงเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยวันละกว่า 1,200–1,500 ล้านบาทจากตลาดจีนเพียงตลาดเดียว



สรุปข่าว

การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวชัดเจน ต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากกว่า 130,000 คนต่อวัน มีลุ้นทั้งปีแตะ 40 ล้านคน ใกล้ระดับก่อนโควิด ปี 2568 ไทยรับ 35 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6–1.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12–15% ของ GDP จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “นักท่องเที่ยวจีน” กลับมาเกือบ 30,000 คนต่อวัน เงินสะพัดวันละกว่า 1,200 ล้านบาท รัฐบาลเดินหน้าเน้นท่องเที่ยวคุณภาพ เพิ่มรายได้ต่อหัว และยกระดับความสะดวก–ปลอดภัย หวังฟื้นแบบยั่งยืน

ข่าวดี!! "เที่ยวไทย" แรงไม่หยุด นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 1.3 แสนคนต่อวัน คนจีนคืนบัลลังก์ตลาดหลัก


เที่ยวไทยฟื้นแรง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เดินทางเข้าประเทศไทยพุ่งแรงแต่ละวันมากกว่า 1.3 แสนคน นี่ คือ ความหวังของประเทศ ที่เราจะได้โกยเงิน โกยรายได้ กันอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมาเราพลาดเป้าไป จากปมของนักท่องเที่ยวจีน ที่ล่าสุดก็มีตัวเลขยืนยันว่าคนจีนเองก็กลับมาเที่ยวไทยแล้วเช่นกัน 


ประเทศไทยกำลังขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกอีกครั้ง ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยที่พุ่งแรงมากกว่า 130,000 คนต่อวัน เป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าภาคการท่องเที่ยวของเรากำลังกลับมาเดินเครื่องอย่างเต็มที่เต็มกำลังอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย 


ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับ “หลักแสนรายต่อวัน” มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงแรงส่งของอุปสงค์การท่องเที่ยวโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และความสามารถของไทยในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา


และหากเราคิดคำนวณจากตัวเลขเฉลี่ยวันละ 130,000 คน จะเทียบเท่ากับนักท่องเที่ยวกว่า 3.9 ล้านคนต่อเดือน หรือเกือบ 47 ล้านคนต่อปี และถ้าหากไทยเรายังสามารถรักษาระดับตัวเลขนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็หมายความว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมต่อปีในปีนี้ เราจะมีโอกาสแตะระดับมากกว่า 40 ล้านคนได้ ซึ่งจะเข้าใกล้ระดับสูงสุดก่อนการเกิดโควิดในปี 2562 ที่ในยุคนั้นประเทศไทยเคยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 39.8 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.9 ล้านล้านบาท


ย้อนกลับไปในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 35 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.6–1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งตลาดต่างชาติและในประเทศรวมกันมากกว่า 2.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 12–15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) 


ด้านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม หรือ Targeted Tourism Promotion ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับที่น่าพอใจ


โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นร้อนเรื่องของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะช่วงก่อนเกิดโควิด-19 คนจีนเคยเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทย โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 11 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละมากกว่า 30,000 คน แต่ในช่วงหลังการเปิดประเทศใหม่ ๆ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอย่างช้า ๆ เนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ มาตรการควบคุมการเดินทางในบางช่วงเวลา รวมถึงประเด็นข่าวด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน


ทางกระทรวงระบุว่า ในช่วงหนึ่งของปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ประมาณวันละ 10,000 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านการตลาด การโรดโชว์ในเมืองสำคัญของจีน การประสานงานกับสายการบินเพื่อเพิ่มเที่ยวบิน การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุดตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น  โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีความคึกคักอย่างมาก มีรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยฟื้นตัว ด้วยตัวเลขที่พุ่งเกือบ 30,000 คนต่อวัน ใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิด และคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสี่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในแต่ละวัน และกลับมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเบอร์หนึ่งอีกครั้ง 


ดังนั้นการฟื้นตัวของตลาดจีนจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้รวม เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าชาติในอื่นในกลุ่มระยะใกล้ คือ เฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปอยู่ในระดับ 40,000–50,000 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง หากคูณด้วยจำนวนเกือบ 30,000 คนต่อวัน หมายถึงเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยวันละกว่า 1,200–1,500 ล้านบาทจากตลาดจีนเพียงตลาดเดียว



โจทย์สำคัญ = ทำอย่างไรให้เที่ยวไทยยืนได้ระยะยาว ? ฟื้นอย่างไรให้มั่นคง ยั่งยืน ไม่ต้องกังวลเรื่องตัวเลขที่วูบวาบซ้ำรอย  


ในปีนี้รัฐบาลไทยย้ำชัดว่า ยุทธศาสตร์ใหม่ของการท่องเที่ยวจะไม่เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่จะมุ่งเน้น “คุณภาพ” มากกว่าปริมาณ เพื่อให้รายได้กระจายตัวและเกิดความยั่งยืนในระยะยาว แนวคิด High-Value Tourism จึงถูกผลักดันเป็นแกนกลางของนโยบาย โดยมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ใช้จ่ายมาก พำนักนาน และให้ความสำคัญกับประสบการณ์เชิงลึก เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เวลเนส การแพทย์ระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ


ในปีที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 45,000–50,000 บาทต่อคนต่อทริป หากสามารถยกระดับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก 10–15% โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด ก็จะสร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนล้านบาทต่อปี โดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานมากเกินไป


นอกจากนี้ยังมีแนวคิด "Seamless Travel Experience" ถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่ขั้นตอนการขอวีซ่า ระบบตรวจคนเข้าเมือง การเชื่อมต่อสนามบินกับเมืองหลัก การใช้ระบบดิจิทัลในการชำระเงิน การสื่อสารหลายภาษา ไปจนถึงการให้ข้อมูลท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เป้าหมายคือทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ “ง่าย สะดวก และปลอดภัย” ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก


โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วางแผนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2569 ครอบคลุมทั้งตลาดระยะใกล้ เช่น จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา พร้อมผลักดันเมืองรองให้เป็นจุดหมายใหม่ เพื่อลดความแออัดในเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ