กยศ.จ่อเพิ่ม "ดอกเบี้ย" ขู่รุ่นพี่เบี้ยวหนี้ 2 ล้านราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
กยศ.จ่อเพิ่ม "ดอกเบี้ย" ขู่รุ่นพี่เบี้ยวหนี้ 2 ล้านราย

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ (สศค.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กลไกหมุนเวียนเงินกู้ยืมของ กยศ. เป็นรูปแบบการอุดหนุนนักเรียนใหม่ 1 คน จำเป็นต้องได้รับการชำระหนี้คืนจากลูกหนี้รุ่นพี่ 5 คน 



สรุปข่าว

กยศ. ขู่เพิ่มดอกเบี้ยรุ่นพี่เบี้ยวหนี้ ควบคู่แก้ระบบล้างหนี้เสียเท็จ 5 แสนราย เพิ่มสิทธิพิเศษ "White List" ลูกหนี้ชั้นดี

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ (สศค.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กลไกหมุนเวียนเงินกู้ยืมของ กยศ. เป็นรูปแบบการอุดหนุนนักเรียนใหม่ 1 คน จำเป็นต้องได้รับการชำระหนี้คืนจากลูกหนี้รุ่นพี่ 5 คน 



แต่ปัจจุบัน มีกลุ่มลูกหนี้รุ่นพี่ถึง 3 คน หรือกว่า 2 ล้านคน ขาดการติดต่อ และไม่ได้ชำระเงินคืนเข้ากองทุน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของ กยศ.


รัฐบาลจึงสั่งให้ กยศ. เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกับกระทรวงการคลัง และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อคัดแยกประเภทลูกหนี้อย่างละเอียด 


ขณะที่กลุ่มลูกหนี้ที่มีศักยภาพ แต่มีพฤติกรรมเจตนาจงใจเบี้ยวหนี้ จะมีการปรับมาตรการติดตามหนี้อย่างเข้มงวด รวมถึงอาจเสนอปรับแก้เงื่อนไขดอกเบี้ย และค่าปรับเป็นการเฉพาะกลุ่ม 


ในทางกลับกัน ลูกหนี้ชั้นดีที่ชำระหนี้ตรงเวลา กยศ. มีแนวคิดจัดทำระบบ "White List" หรือส่งเสริมค่าคะแนนเครดิตเชิงบวก (Credit Score) ไปยังธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น 


ส่วนแนวทางการลงโทษรุ่นพี่เกเร อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ส่วนจะมีการลงโทษถึงขั้นเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา 


นอกจากนี้ กยศ. อยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขปรับปรุงระบบฐานข้อมูล เพื่อล้างสถานะ "หนี้เสียเท็จ" ให้แก่ลูกหนี้กว่า 500,000 ราย มูลหนี้ 140 ล้านบาท  ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่เกิดปัญหาจำกัดทางเทคนิคทางกฎหมายเดิม 



กล่าวคือ ลูกหนี้กลุ่มนี้เมื่อเปลี่ยนสถานที่ทำงานใหม่ และเข้าสู่ระบบหักเงินเดือน กฎระเบียบเดิมกำหนดให้บริษัทใหม่หักเงินชำระหนี้เฉพาะยอด ณ วันเริ่มงาน โดยไม่นำยอดหนี้ค้างชำระย่อยๆ จากช่วงเปลี่ยนผ่านงานราว 30 วัน ถึง 2 เดือน 


ซึ่งเป็นเงินเพียง 200 ถึง 3,000 บาท มารวมหักชำระได้ ยอดเงินค้างจ่ายเพียงเล็กน้อยนี้จึงตกค้าง และถูกจัดตั้งเป็นหนี้เสีย 


นอกจากนี้กยศ. ยังยกเลิกขั้นตอนการให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือครู เซ็นรับรองหนังสือความยากจน โดยเปลี่ยนมาใช้การเชื่อมโยงฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน หากมีชื่อในระบบจะได้รับการอนุมัติสิทธิ์กู้ยืมทันทีเพื่อลดภาระความยุ่งยากของประชาชน

และเมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้จัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือวงเงิน 1,200 ล้านบาทเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กยศ. หลังปีนี้มีนักเรียนและนักศึกษาขอกู้เกินกรอบที่กำหนดประมาณ 14,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 1,206,477,900 บาท

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN