"เอกนิติ"ตั้งเป้าดันลงทุนไทยโตร้อยละ30

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.  ร่วมแถลงผลการหารือแนวทางขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เพื่อยกระดับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยการหารือครั้งนี้ต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งรวบรวมข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ มาพัฒนาเป็นแนวทางเชิงนโยบายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย หรือ “กองหน้า” ได้แก่

1. เกษตรและการแปรรูปอาหาร

2. ยานยนต์

3. การค้าปลีกและการค้า

4. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

5. การแพทย์และเวลเนส

6. การท่องเที่ยว

7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์



สรุปข่าว

"เอกนิติ" เปิดแผน “Reinvent Thailand” ดันลงทุนแตะร้อยละ 30 ของ GDP ตั้งเป้าโตร้อยละ 3 พร้อมชู 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งแก้กฎหมาย-ลดอุปสรรคทำธุรกิจ คาดใน 1 เดือน เตรียมนำกรอบแผนเสนอนายกรัฐมนตรีได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.  ร่วมแถลงผลการหารือแนวทางขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เพื่อยกระดับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยการหารือครั้งนี้ต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งรวบรวมข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ มาพัฒนาเป็นแนวทางเชิงนโยบายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย หรือ “กองหน้า” ได้แก่

1. เกษตรและการแปรรูปอาหาร

2. ยานยนต์

3. การค้าปลีกและการค้า

4. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

5. การแพทย์และเวลเนส

6. การท่องเที่ยว

7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์



ทั้งยังสอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นโอกาสนำเสนอศักยภาพ ทิศทางการปฏิรูปเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านการลงทุนของไทยต่อโลก

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ต่อปี ผ่านยุทธศาสตร์ Investment-led Growth พร้อมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากปัจจุบันประมาณร้อยละ 22-23 ของ GDP เป็นร้อยละ 30 และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจากอันดับ 26 สู่ 20 อันดับแรกของโลกภายใน 4 ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวในการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

ส่วนการขับเคลื่อนจะเชื่อม “กองหน้า” 7 กลุ่มธุรกิจ เข้ากับ “กองกลาง” 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน โดยภาครัฐจะทำหน้าที่ปลดล็อกกฎระเบียบและอุปสรรคทางธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนเป็นกลไกหลักในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ 


ส่วนแนวทางดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคทางธุรกิจ, Transition Now สนับสนุนการปรับตัวด้านเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว คาดภายใน 1 เดือน เตรียมนำกรอบแผนเสนอนายกรัฐมนตรี

ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กกร. ต้องการให้ Reinvent Thailand เป็นกลไกที่เชื่อมต่อกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อเสนอของภาคเอกชนต้องมีเจ้าภาพ กรอบเวลา และระบบติดตามผลที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่าภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบันพร้อมสนับสนุนข้อมูล บุคลากร และเครือข่าย เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN