ลุ้นเคาะ "ไทยเที่ยวไทย" 1 ล้านสิทธิ ใช้จ่ายแบบ Flash Rate หรือ Co-payment

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลุ้นเคาะ "ไทยเที่ยวไทย" 1 ล้านสิทธิ ใช้จ่ายแบบ Flash Rate หรือ Co-payment

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 8 กันยายนนี้ หลังจากได้หารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 


สรุปข่าว

"สุรศักดิ์" ถก "เอกนิติ"รมว.คลัง วันที่ 8 ก.ย.นี้ ลุ้นเคาะ "ไทยเที่ยวไทย" 1 ล้านสิทธิ ใช้จ่ายแบบ Flash Rate หรือ Co-payment คาดได้ข้อสรุปชงครม.สัปดาห์หน้า ด้านททท.ตั้งเป้าปั้นรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 2.7 ล้านล้านบาท

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 8 กันยายนนี้ หลังจากได้หารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 


โดยเฉพาะในข้อที่กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาแนวทาง Flash Rate หรืออัตราคงที่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรงแรมฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ขณะที่กระทรวงฯ ยังคงอยากให้ดำเนินรูปแบบโครงการแบบร่วมจ่าย หรือ Co-payment สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ เนื่องจากเชื่อว่า 


รูปแบบนี้จะกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินส่วนตัวมาสมทบเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ คาดว่าเมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ในสัปดาห์หน้า 


จากนั้นตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยก่อนเปิดใช้งานจริงจะต้องมีการทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ

          



นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้เสนอขอใช้งบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ประชาชนใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส 1 ล้านสิทธิ แบ่งการสนับสนุน 2 ส่วน ได้แก่ การสนับสนุนส่วนลดค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 3,000 ล้านบาท 


และการสนับสนุนคูปอง (Voucher) ท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยคูปองดังกล่าวปรับเพิ่มจากโครงการก่อนหน้าที่ให้ 500 บาท และจำกัดการใช้เฉพาะร้านอาหาร 


ขณะที่โครงการใหม่จะขยายการใช้สิทธิไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ สปา และบริการด้านสุขภาพ (Wellness) เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวมากขึ้น


ด้านน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ททท.ยืนยันเร่งเติบโตไม่ต่ำกว่าปี 2568 


ซึ่งตอนนี้จำนวน และรายได้อยู่สูงกว่าเป้าหมายพื้นฐานที่วางไว้แล้ว โดยเป้าหมายรายตั้งไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท โดยชูจุดแข็งเรื่องของ Wellness เป็นหลัก

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN