เปิดกลโกง "พ่อทิพย์" ขบวนการสร้างตัวตนสัญชาติไทย
สถานะบุคคลและสัญชาติไม่ได้เป็นเพียงเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมาย แต่เป็นประตูเปิดไปสู่สิทธิการเดินทาง การถือครองทรัพย์สิน และการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ปัญหาการสวมสิทธิสัญชาติไทยมีแนวโน้มรุนแรงและทำงานกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ข้อมูลจาก “คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เปิดเผยรูปแบบกลโกงของขบวนการสวมสิทธิสัญชาติไทยที่พบในปัจจุบัน ประกอบด้วย:
ขบวนการพ่อทิพย์: จ้างหรือให้ชายไทยจดทะเบียนรับรองเด็กต่างชาติเป็นบุตร ทั้งที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจริง
แต่งงานทิพย์: จดทะเบียนสมรสโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริง เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับสิทธิอาศัยและสิทธิทางกฎหมาย
อุ้มบุญผิดกฎหมาย: ใช้หญิงไทยอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติ แล้วนำเอกสารไปยื่นแจ้งเกิดในระบบทะเบียนราษฎร์
แจ้งเกิดข้อมูลเท็จ & สวมสิทธิ: ปลอมแปลงชื่อผู้บิดามารดา หรือสวมสิทธิชื่อของบุคคลที่เสียชีวิต สูญหาย หรือย้ายไปต่างประเทศ
กรณีตัวอย่างในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการรับรองบุตรโดยมิชอบ ซึ่งผลตรวจ DNA ยืนยันว่าเด็ก 2 รายมีพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นชาวจีน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเด็กต้องสงสัยในระบบอีกกว่า 1,356 คน
สรุปข่าว
เปิดกลโกง "พ่อทิพย์" ขบวนการสร้างตัวตนสัญชาติไทย
สถานะบุคคลและสัญชาติไม่ได้เป็นเพียงเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมาย แต่เป็นประตูเปิดไปสู่สิทธิการเดินทาง การถือครองทรัพย์สิน และการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ปัญหาการสวมสิทธิสัญชาติไทยมีแนวโน้มรุนแรงและทำงานกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ข้อมูลจาก “คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เปิดเผยรูปแบบกลโกงของขบวนการสวมสิทธิสัญชาติไทยที่พบในปัจจุบัน ประกอบด้วย:
ขบวนการพ่อทิพย์: จ้างหรือให้ชายไทยจดทะเบียนรับรองเด็กต่างชาติเป็นบุตร ทั้งที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจริง
แต่งงานทิพย์: จดทะเบียนสมรสโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริง เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับสิทธิอาศัยและสิทธิทางกฎหมาย
อุ้มบุญผิดกฎหมาย: ใช้หญิงไทยอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติ แล้วนำเอกสารไปยื่นแจ้งเกิดในระบบทะเบียนราษฎร์
แจ้งเกิดข้อมูลเท็จ & สวมสิทธิ: ปลอมแปลงชื่อผู้บิดามารดา หรือสวมสิทธิชื่อของบุคคลที่เสียชีวิต สูญหาย หรือย้ายไปต่างประเทศ
กรณีตัวอย่างในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการรับรองบุตรโดยมิชอบ ซึ่งผลตรวจ DNA ยืนยันว่าเด็ก 2 รายมีพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นชาวจีน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเด็กต้องสงสัยในระบบอีกกว่า 1,356 คน
สะพานเชื่อมสู่ "นอมินี-ทุนสีเทา" ทุจริตเศรษฐกิจไทย
คณะทำงาน Zero Corruption เตือนว่า ความเสี่ยงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระบบทะเบียนราษฎร แต่สัญชาติไทยที่ได้มาโดยมิชอบกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของ นอมินีและทุนสีเทาข้ามชาติ
ใช้ชื่อจัดตั้งบริษัท: นำตัวตนคนไทยที่ถูกสร้างขึ้นไปถือหุ้น เพื่อบังหน้าให้นิติบุคคลกลายสภาพเป็น "บริษัทสัญชาติไทย"
ถือครองทรัพย์สินแทนต่างชาติ: ซ่อนเจ้าของทุนและผู้ควบคุมตัวจริงไว้หลังรายชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อทำธุรกิจต้องห้ามหรือธุรกิจที่อยู่ใต้ข้อจำกัดของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ภัยคุกคามนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เคยตรวจพบรายชื่อสวมสิทธิในจังหวัดเชียงราย 255 รายชื่อ และขยายผลพบชาวจีนนำตัวตนสวมสิทธิไปตั้งบริษัทและรับโอนหุ้น จนนำไปสู่การเพิกถอนสัญชาติผิดกฎหมาย 50 ราย และดำเนินคดีต่างชาติ 7 รายที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่ม SME ต้องแบกรับการแข่งขันที่เสียเปรียบต่อทุนสีเทาที่ซ่อนอยู่ ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ทำถูกต้องก็ถูกบั่นทอนลงเช่นกัน
ยกระดับความมั่นคง: ยุทธศาสตร์เชื่อมข้อมูล ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ
เพื่อแก้ปัญหาแบบขุดรากถอนโคน คณะทำงาน Zero Corruption เสนอให้ยกระดับปัญหาสุจริตด้านสัญชาติเป็น "ปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" โดยมีแนวทางแก้ไขสำคัญ ดังนี้:
ตรวจสอบย้อนหลัง & ตรวจ DNA: ตรวจสอบการแจ้งเกิดและรับรองบุตรย้อนหลังในกลุ่มเสี่ยง พร้อมใช้การตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยภายใต้กรอบสิทธิมนุษยชน
บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน: เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสกัดการใช้เอกสารเท็จ
ไล่เช็กเส้นทางเงินและผู้ถือหุ้น: ขยายการตรวจสอบจากตัวบุคคล ไปยังรายการถือหุ้น ที่ดิน บัญชีธนาคาร และผู้มีอำนาจควบคุมตัวจริง
ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐเริ่มยกระดับความเข้มงวด เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ขยายการตรวจเอกสารย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ถือหุ้นไทย หากมีคนต่างชาติร่วมลงทุน เพื่อยืนยันว่าเป็นเงินลงทุนจริง ไม่ใช่การยืมชื่อบังหน้า รวมถึงเตรียมเชื่อมระบบร่วมกับกรมที่ดินและทะเบียนราษฎรเพื่อสกัดกั้นนอมินีตั้งแต่ต้นทาง
ที่มารูปภาพ : chatgpt
