นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน โดยเบื้องต้นเป็นมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อกระตุ้นการเดินทาง สร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองน่าเที่ยวและเมืองรอง ซึ่งคาดว่า จะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมระบบภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สาระสำคัญของโครงการอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไข ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม รูปแบบสนับสนุนภาคบริการอื่น นอกเหนือจากค่าอาหารและร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้ระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก
ส่วนแหล่งเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะพิจารณาว่า จะใช้เงินกู้หรืองบกลางให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานการณ์เศรษฐกิจ
สรุปข่าว
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน โดยเบื้องต้นเป็นมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อกระตุ้นการเดินทาง สร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองน่าเที่ยวและเมืองรอง ซึ่งคาดว่า จะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมระบบภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สาระสำคัญของโครงการอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไข ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม รูปแบบสนับสนุนภาคบริการอื่น นอกเหนือจากค่าอาหารและร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้ระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก
ส่วนแหล่งเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะพิจารณาว่า จะใช้เงินกู้หรืองบกลางให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานการณ์เศรษฐกิจ
น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้มาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดและพิจารณาแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการได้ในเร็ว ๆ นี้ หรือภายในเดือนสิงหาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่ หรือเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี
โดยเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาโครงการไว้ที่ 3 เดือน (ตุลาคม – ธันวาคม) แต่หากพบว่า มีการใช้สิทธิ์ไม่ครบตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ก็อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก
ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก เนื่องจากโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือโรงแรมขนาดใหญ่ มักจะมียอดจองเต็มจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่แล้วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กยังคงต้องการแรงกระตุ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย
สำหรับรูปแบบการสนับสนุนค่าที่พัก ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่ามีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินอุดหนุนเป็นแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ต่อคืน เช่น 2,000 หรือ 3,000 บาท/คืน/สิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโรงแรมที่ต้องการพักเองตามงบประมาณ วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่โรงแรมบางแห่งฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งโรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับทางหน่วยงานรัฐเท่านั้น
นอกจากมาตรการค่าที่พักแล้ว ยังพิจารณาเพิ่มวงเงินสำหรับการใช้จ่ายจากเดิม 500 บาท ให้สูงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย เป็นต้น
