บริษัทญี่ปุ่นกำลังยกระดับมาตรการปกป้องพนักงานจากอากาศร้อนจัด ทั้งการลดเวลาทำงาน การติดตั้งอุปกรณ์ลดอุณหภูมิ และพัฒนาเครื่องแต่งกายสำหรับแรงงาน หลังความร้อนกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพและการดำเนินธุรกิจในช่วงฤดูร้อน
ไดโตะ ทรัสต์ คอนสตรัคชัน บริษัทก่อสร้างที่อยู่อาศัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ติดตั้งห้องน้ำสำเร็จรูปที่มีระบบระบายอากาศและพ่นละอองน้ำในไซต์ก่อสร้าง 2 แห่งในกรุงโตเกียวแล้วภายในกลางเดือนกรกฎาคม
ห้องน้ำดังกล่าวติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และใช้วัสดุเคลือบสารต้านเชื้อแบคทีเรีย เพื่อช่วยลดความร้อนและยกระดับความสะอาด โดยบริษัทให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมากขึ้น หลังจำนวนผู้หญิงที่ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น
ในปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคมปีหน้า ไดโตะ ทรัสต์ วางแผนใช้งบประมาณประมาณ 150 ล้านเยน หรือราว 32 ล้านบาท สำหรับมาตรการป้องกันโรคที่เกิดจากความร้อน
สรุปข่าว
บริษัทญี่ปุ่นกำลังยกระดับมาตรการปกป้องพนักงานจากอากาศร้อนจัด ทั้งการลดเวลาทำงาน การติดตั้งอุปกรณ์ลดอุณหภูมิ และพัฒนาเครื่องแต่งกายสำหรับแรงงาน หลังความร้อนกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพและการดำเนินธุรกิจในช่วงฤดูร้อน
ไดโตะ ทรัสต์ คอนสตรัคชัน บริษัทก่อสร้างที่อยู่อาศัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ติดตั้งห้องน้ำสำเร็จรูปที่มีระบบระบายอากาศและพ่นละอองน้ำในไซต์ก่อสร้าง 2 แห่งในกรุงโตเกียวแล้วภายในกลางเดือนกรกฎาคม
ห้องน้ำดังกล่าวติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และใช้วัสดุเคลือบสารต้านเชื้อแบคทีเรีย เพื่อช่วยลดความร้อนและยกระดับความสะอาด โดยบริษัทให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมากขึ้น หลังจำนวนผู้หญิงที่ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น
ในปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคมปีหน้า ไดโตะ ทรัสต์ วางแผนใช้งบประมาณประมาณ 150 ล้านเยน หรือราว 32 ล้านบาท สำหรับมาตรการป้องกันโรคที่เกิดจากความร้อน
ด้านโอบายาชิ บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ปรับเวลาทำงานในไซต์ก่อสร้างช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม จากเดิม 08.00–17.00 น. มาเป็น 07.00–13.00 น. เพื่อลดการทำงานในช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของวัน
บริษัทให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงจากฮีตสโตรก แม้เวลาทำงานต่อวันจะสั้นลง แต่หากโครงการมีแนวโน้มล่าช้า จะเพิ่มชั่วโมงการทำงานในวันที่อุณหภูมิต่ำกว่าแทน มาตรการนี้จึงสะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยของพนักงานกับกำหนดส่งมอบโครงการ
บริษัทอื่นก็เริ่มออกมาตรการเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น อิมาบาริ ชิปบิลดิ้ง ผู้ผลิตเรือรายใหญ่ กำลังพัฒนาเสื้อชั้นในสำหรับพนักงานที่ให้ความรู้สึกเย็นลงเมื่อสัมผัสเหงื่อ ส่วนเดมาเอะ-แคน ผู้ให้บริการส่งอาหาร เริ่มแจกคูปองเครื่องดื่มให้พนักงานจัดส่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มบังคับใช้กฎด้านความปลอดภัยจากความร้อนในสถานที่ทำงานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 กำหนดให้นายจ้างต้องมีระบบรับแจ้งอาการผิดปกติและขั้นตอนช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว หากละเลยหน้าที่อาจถูกลงโทษตามกฎหมาย
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น ระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตหรือป่วยจากความร้อนในสถานที่ทำงานจนต้องหยุดงานอย่างน้อย 4 วัน รวม 1,803 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 43 จากปีก่อน และเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2548 โดยมีผู้เสียชีวิต 19 คน
ภาคการผลิตมีผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด 365 คน รองลงมาคือภาคก่อสร้าง 292 คน สะท้อนว่าธุรกิจที่ใช้แรงงานกลางแจ้งหรือทำงานใกล้เครื่องจักรและแหล่งความร้อนยังเผชิญความเสี่ยงสูง
ภาวะอากาศร้อนจัดจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพ แต่ยังเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจ ทั้งค่าอุปกรณ์ป้องกัน การปรับเวลาทำงาน และความเสี่ยงที่โครงการจะล่าช้า ขณะที่บริษัทญี่ปุ่นจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำงานมากขึ้น เพื่อรักษาความปลอดภัยของแรงงานและลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ที่มาข้อมูล : https://japantoday.com/category/national/cooling-toilets-shorter-working-hours-introduced-amid-japan-heat
ที่มารูปภาพ : -
