
นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้วอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KKP ที่ประเมินว่าความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานบ่อยครั้งขึ้น
แม้ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวบริเวณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปลายปี 2569 นี้ หากมหาอำนาจเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบได้ แต่เราเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงที่พร้อมปะทุ และส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงนี้ จะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงช้ากว่าเป้าหมาย และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ นักลงทุนจึงต้องเตรียมรับมือกับทิศทางนโยบายการเงินที่ผันผวน โดยเฉพาะภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ ที่ลดการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า ทำให้การประเมินตลาดทำได้ยากขึ้น
1.มองข้ามฟองสบู่ AI สู่โอกาสในโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับประเด็นการลงทุนในกลุ่ม AI ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกำไรเชิงพาณิชย์นั้น ประเมินว่า แม้การนำโมเดล AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจนเกิดกำไรอย่างเป็นรูปธรรมอาจต้องใช้เวลาพิสูจน์อีก 2-3 ปี ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ของ KKP ได้ออกมาเตือนก่อนหน้า แต่ในมิติของการลงทุน นี่อาจยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของตลาดขาขึ้น ทั้งยังอาจเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโอกาสในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานในระยะแรก กระจายไปสู่กลุ่มอื่นๆในระยะถัดไป
สรุปข่าว
นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้วอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KKP ที่ประเมินว่าความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานบ่อยครั้งขึ้น
แม้ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวบริเวณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปลายปี 2569 นี้ หากมหาอำนาจเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบได้ แต่เราเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงที่พร้อมปะทุ และส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงนี้ จะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงช้ากว่าเป้าหมาย และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ นักลงทุนจึงต้องเตรียมรับมือกับทิศทางนโยบายการเงินที่ผันผวน โดยเฉพาะภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ ที่ลดการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า ทำให้การประเมินตลาดทำได้ยากขึ้น
1.มองข้ามฟองสบู่ AI สู่โอกาสในโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับประเด็นการลงทุนในกลุ่ม AI ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกำไรเชิงพาณิชย์นั้น ประเมินว่า แม้การนำโมเดล AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจนเกิดกำไรอย่างเป็นรูปธรรมอาจต้องใช้เวลาพิสูจน์อีก 2-3 ปี ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ของ KKP ได้ออกมาเตือนก่อนหน้า แต่ในมิติของการลงทุน นี่อาจยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของตลาดขาขึ้น ทั้งยังอาจเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโอกาสในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานในระยะแรก กระจายไปสู่กลุ่มอื่นๆในระยะถัดไป
นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยุคต่อไปของเทคโนโลยี AI ที่ระบบสามารถคิด และทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ จะผลักดันความต้องการด้านการประมวลผลเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้น แม้การแข่งขันในกลุ่มผู้พัฒนาโมเดลจะรุนแรงขึ้น แต่บริษัทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับระบบเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีก อีกทั้งแรงขับเคลื่อนของตลาดหุ้นโลกหลังจากนี้จะไม่ได้กระจุกตัวแค่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่จะกระจายตัวไปยังบริษัทที่มีกำไรเติบโตจริง และมีระดับราคาที่เหมาะสม การปรับฐานของตลาดที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม
2.ธีมลงทุนเด่น:สร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ต
เพื่อรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง KKP แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ และทิศทางผลกำไรแตกต่างจากหุ้นขนาดใหญ่และพันธบัตรทั่วไป โดยเน้นย้ำ 2 ธีมการลงทุนที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ดังนี้
- กองทุนรวมที่ลงทุนในโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid ETF) : ธีมการลงทุนที่รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการใช้พลังงานมหาศาลของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ AI โดยก้าวข้ามความเสี่ยงเรื่องความสำเร็จของผู้พัฒนาโมเดลรายใดรายหนึ่งไปสู่การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความมั่นคงสูง
- หุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ: กลุ่มที่ได้เปรียบจากระดับราคาที่ยังน่าสนใจ และเป็นผู้รับประโยชน์หลักจากนโยบายการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งเป็นธีมที่เติบโตได้ดีในยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้ว
นายทวีศักดิ์ กล่าวสรุปว่า โลกในวันนี้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งสงคราม ดอกเบี้ย และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรหยุดลงทุน การจัดพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เลือกลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพที่ได้เปรียบจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พอร์ตแข็งแกร่งและเติบโตได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ งาน KKP 2026 Mid-Year Review จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ Goldman Sachs Asset Management เพื่อนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านการวิเคราะห์เจาะลึกของผู้เชี่ยวชาญ อาทิ James Ashley, International Head of Strategic Advisory Solutions จาก Goldman Sachs Asset Management ตลอดจน ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา, ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์, และนายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน
ที่มาข้อมูล : กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)
ที่มารูปภาพ : กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)
